ฟุตบอลโลก-อาร์เจนตินาประเดิมบอลโลกถล่มแอลจีเรีย 3-0 "เมสซี" ทำแฮตทริกสร้างสถิติใหม่
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน เวลา 08.00 น. ตามเวลาประเทศไทย การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม J นัดแรก แชมป์เก่าอาร์เจนตินาลงสนามพบกับแอลจีเรียจากทวีปแอฟริกา ณ สนามในเมืองแคนซัสซิตี้ รัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา เริ่มเกมได้ไม่นาน ลิโอเนล เมสซี ส่งบอลเข้าก้นตาข่ายแต่ถูกริบคืนเนื่องจากล้ำหน้า เช่นเดียวกับ ฟาเรส ชาอิบี ของแอลจีเรียที่ยิงเข้าไปแต่ถูกจับล้ำหน้าเช่นกัน จนกระทั่งนาทีที่ 17 เมสซีซัดไกลสุดสวยช่วยให้ทีมออกนำไปก่อน และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-0 ต่อมาในนาทีที่ 60 เมสซีตามซ้ำดาบสองให้ทีมหนีเป็น 2-0 และในนาทีที่ 76 เขาซัดเต็มข้อทำแฮตทริกได้สำเร็จ จบเกมอาร์เจนตินาเอาชนะไปอย่างขาดลอย 3-0 ประเดิมก้าวแรกสู่การป้องกันแชมป์อย่างสวยงาม
อาร์เจนตินาและแอลจีเรียเคยพบกันในเกมอุ่นเครื่องเมื่อปี 2007 ซึ่งครั้งนั้นอาร์เจนตินาเฉือนชนะไป 4-3 โดยปัจจุบันทัพ "ฟ้าขาว" อยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม รั้งอันดับ 1 ของโลก และคว้าชัยชนะในเกมระดับนานาชาติมาแล้ว 7 นัดติดต่อกันนับตั้งแต่พ่ายให้กับเอกวาดอร์เมื่อปีที่แล้ว
ทางด้านแอลจีเรียก็อยู่ในฟอร์มที่น่าสนใจ โดยไม่แพ้ใครมา 4 นัดติดต่อกันหลังจากพ่ายไนจีเรียในรอบ 8 ทีมสุดท้ายศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา รวมถึงเพิ่งเอาชนะโบลิเวียและเนเธอร์แลนด์ในเกมอุ่นเครื่องก่อนเริ่มฟุตบอลโลกครั้งนี้
ในส่วนของอาร์เจนตินา เมสซีลงสนามเป็นตัวจริงพร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะคนแรกที่ลงเล่นฟุตบอลโลกถึง 6 สมัย และนี่ยังเป็นนัดที่ 200 ในนามทีมชาติของเขาอีกด้วย โดยตัวจริง 10 คนในวันนี้เป็นผู้เล่นจากชุดแชมป์โลกครั้งล่าสุด ซึ่งในจำนวนนั้น 9 คนเคยลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศครั้งก่อนมาแล้ว ผู้รักษาประตูเป็น เอมิเลียโน มาร์ติเนซ คู่เซนเตอร์คือ โรเมโร และ ลิซานโดร มาร์ติเนซ แบ็กขวาใช้ มอนเทียล ส่วนแบ็กซ้ายเป็น เมดินา ที่ลงแทน ทาเกลียฟิโก ซึ่งมีอาการบาดเจ็บ แดนกลางมี แม็ค อัลลิสเตอร์ ประสานงานกับ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ โดยมี อัลมาดา และ เด ปอล ทำเกมริมเส้น ส่วนคู่กองหน้าเป็น เมสซี และ เลาตาโร มาร์ติเนซ
ฝั่งแอลจีเรียจัดทัพโดยใช้ผู้เล่นที่ค้าแข้งในลีกยุโรปเป็นแกนหลัก ผู้รักษาประตูคือ ลูก้า ซีดาน ลูกชายของตำนานทีมชาติฝรั่งเศส ซีเนดีน ซีดาน แนวรับมี รายาน เอต-นูรี จากแมนฯ ซิตี้ และ รามี เบนเซไบนี จากดอร์ทมุนด์ แดนกลางนำโดย เบนตาเล็บ และ มาซ่า ส่วนแนวรุกมี กูอิรี, ฟาเรส ชาอิบี และ ฮัจญ์ มุสซา ขณะที่สตาร์จอมเก๋าอย่าง ริยาด มาห์เรซ มีชื่อเป็นเพียงตัวสำรองในเกมนี้
นาทีที่ 4 อาร์เจนตินาได้ลุ้นก่อนจากลูกครอสทางฝั่งซ้าย เลาตาโร มาร์ติเนซ โหม่งกลางประตูแต่ตรงตัว ลูก้า ซีดาน นาทีถัดมา เมสซี รับบอลทะลุช่องเข้าเขตโทษก่อนยิงผ่านมือซีดานเข้าประตูไป แต่ถูกจับล้ำหน้า ต่อมานาทีที่ 8 แอลจีเรียโต้กลับเร็ว มาซ่า จ่ายทะลุช่องให้ ชาอิบี หลุดเข้าไปยิงเสียบเสาแรกเข้าประตูไป แต่ก็ถูกริบคืนเนื่องจากเป็นลูกล้ำหน้าเช่นกัน
นาทีที่ 17 โรดริโก เด ปอล วางบอลยาวจากกลางสนาม เมสซี พักบอลลงก่อนลากหนีตัวประกบแล้วซัดด้วยซ้ายจากหน้ากรอบเขตโทษตุงตาข่าย อาร์เจนตินานำ 1-0 ทำให้เมสซีกลายเป็นนักเตะคนที่สองต่อจาก คริสเตียโน โรนัลโด ที่ทำประตูได้ในฟุตบอลโลก 5 สมัยที่แตกต่างกัน และเป็นประตูที่ 14 ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายของเขา
นาทีที่ 29 อาร์เจนตินาวางบอลยาวให้ เลาตาโร โหม่งชงแต่บอลไม่เชื่องเท้าถูก เบนเซไบนี สกัดทิ้งไปได้ นาทีที่ 37 เมสซี ปั่นฟรีคิกระยะ 30 หลาบอลข้ามคานไปนิดเดียว และอีกหนึ่งนาทีต่อมา เมสซี จ่ายให้ เลาตาโร หลุดไปทางขวาก่อนยิงกึ่งผ่านกึ่งยิงออกหลังไป
นาทีที่ 40 ชาอิบี ได้ยิงมุมแคบทางขวาแต่ เอมิเลียโน มาร์ติเนซ เซฟไว้ได้ จากลูกเตะมุม ชาอิบี ได้โอกาสโหม่งอีกครั้งแต่บอลหลุดกรอบไป นาทีที่ 44 ชาอิบี รับบอลยาวก่อนซัดด้วยขวาข้ามคาน ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 4 เมสซี เปิดฟรีคิกให้ แม็ค อัลลิสเตอร์ โฉบมาโหม่งแต่บอลโด่งข้ามคาน จบครึ่งแรกอาร์เจนตินานำอยู่ 1-0
เริ่มครึ่งหลัง อาร์เจนตินาส่ง นาอูเอล โมลินา ลงแทน มอนเทียล นาทีที่ 51 เมสซี ลากตัดเข้าในแล้วยิงด้วยซ้ายบอลเฉี่ยวคานไปนิดเดียว นาทีที่ 54 เลาตาโร ได้ซัดเรียดทางขวาของเขตโทษแต่ ลูก้า ซีดาน ยังล้มตัวเซฟไว้ได้ทัน
นาทีที่ 60 แม็ค อัลลิสเตอร์ ยิงไกลจากนอกกรอบ ลูก้า ซีดาน ปัดออกมาเข้าทาง เมสซี ที่สปีดเข้าตามซ้ำเข้าไปไม่เหลือ อาร์เจนตินานำห่าง 2-0 เป็นประตูที่ 15 ของเขาในฟุตบอลโลก แซงหน้า คีลิยัน เอ็มบัปเป้ และตามหลังสถิติสูงสุดของ มิโรสลาฟ โคลเซ เพียงประตูเดียวเท่านั้น
หลังเสียประตูที่สอง แอลจีเรียเปลี่ยนตัวรวดเดียวสามคนส่ง เอาวาร์, อามูรา และ มาห์เรซ ลงสนาม นาทีที่ 66 เมสซี ได้ยิงเน้นๆ แต่ซีดานยังโชว์ซูเปอร์เซฟปัดข้ามคาน นาทีที่ 69 แอลจีเรียโต้กลับ เอาวาร์ ได้ซัดจากนอกกรอบบอลถากเสาออกไปอย่างน่าหวาดเสียว
นาทีที่ 76 เมสซี จ่ายบอลออกข้างให้ นิโก กอนซาเลซ ทางซ้ายก่อนจะตบกลับมาให้ เมสซี วิ่งมาตะบันด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษเข้าประตูไปอย่างเด็ดขาด เป็นแฮตทริกช่วยให้อาร์เจนตินานำ 3-0 และเป็นประตูที่ 16 ในฟุตบอลโลก เทียบเท่าสถิติตลอดกาลของ มิโรสลาฟ โคลเซ จนกระทั่งนาทีที่ 80 เมสซี ถูกเปลี่ยนตัวออกให้ นิโก ปาซ ลงเล่นแทนท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องจากแฟนบอลในสนาม
นาทีที่ 86 แอลจีเรียได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษแต่ ริยาด มาห์เรซ ยิงติดกำแพง จบเกม อาร์เจนตินา เอาชนะ แอลจีเรีย ไปอย่างเด็ดขาด 3-0
รายชือผู้เล่นทั้งสองทีม
อาร์เจนตินา: 23-เอมิเลียโน มาร์ติเนซ, 4-มอนเทียล (46’ 26-โมลินา), 13-โรเมโร (80’ 19-โอตาเมนดี้), 6-ลิซานโดร มาร์ติเนซ, 25-เมดินา, 7-เด ปอล, 24-เอ็นโซ เฟร์นานเดซ, 20-แม็ค อัลลิสเตอร์, 10-เมสซี (80’ 18-นิโก ปาซ), 22-เลาตาโร มาร์ติเนซ (55’ 9-ฮูเลียน อัลวาเรซ), 16-ติอาโก อัลมาดา (55’ 15-นิโก กอนซาเลซ)
แอลจีเรีย: 23-ลูก้า ซีดาน, 2-ไอซ่า มานดี้, 15-รายาน เอต-นูรี, 17-ฮุสเซม เบลไกลี่, 21-รามี เบนเซไบนี, 10-ฟาเรส ชาอิบี, 14-ฮิชาม บูดาวี (64’ 8-ฮุสเซม เอาวาร์), 19-นาบิล เบนตาเล็บ (82’ 6-รามิซ เซรูกี้), 22-อิบราฮิม มาซ่า (82’ 20-บากี บูร์บิน่า), 9-อามีน กูอิรี (64’ 18-โมฮัมเหม็ด อามูรา), 11-อานิส ฮัจญ์ มุสซา (64’ 7-ริยาด มาห์เรซ)
โพสต์ฮอต
-
ไฮไลท์+คัมปิโอนาโต บราซิเลียโร ซีรีบี:ซิเอร่า 0-1 Botafogo SP丨คัมปิโอนาโต บราซิเลียโร ซีรีบี 2026丨21-06-2026 -
พรีวิวฟุตบอล ฟุตบอลโลก: โปรตุเกส vs อุซเบกิสถาน -
ไฮไลท์+คัมปิโอนาโต บราซิเลียโร ซีรีบี:วิลา โนวา 4-3 Nautico (PE)丨คัมปิโอนาโต บราซิเลียโร ซีรีบี 2026丨21-06-2026 -
จบครึ่งแรก! ฝรั่งเศส นำ อิรัก 1-0 เอ็มบัปเป้ยิงไกลสุดสวย -
"เอนโซ" ปลื้มบทบาทจอมทัพ ชี้ทัพ "ฟ้าขาว" พัฒนาขึ้นกว่าชุดแชมป์โลก 2022 -
ไลน์อัพฝรั่งเศส VS อิรัก: เอ็มบัปเป้ นำทัพฉลองนัดที่ 100! เดมเบเล่-โอลิเซ่ สตาร์ทตัวจริง



