TA ส่อง 5 ม้ามืดบอลโลก: เม็กซิโก นอร์เวย์ เซเนกัล ญี่ปุ่น เอกวาดอร์

จากการวิเคราะห์ของ ดิ แอธเลติก ระบุว่า เอกวาดอร์ เม็กซิโก ญี่ปุ่น นอร์เวย์ และเซเนกัล คือ 5 ทีมม้ามืดที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในฟุตบอลโลกครั้งนี้
อเมริกาเหนือ: เม็กซิโก
ทีมของอากีร์เรยังคงรักษาสถิติไร้พ่ายในปี 2026 ด้วยผลงานชนะ 5 เสมอ 2 โดยเน้นแผนการเล่นแบบ 433 และมี เอ็ดสัน อัลวาเรซ มิดฟิลด์ตัวรับ กับ ฮิเมเนซ กองหน้าจากฟูแล่มเป็นแกนหลัก เมื่อฤดูร้อนปีที่แล้วพวกเขาสามารถเอาชนะสหรัฐอเมริกาและคว้าแชมป์โกลด์คัพมาครองได้สำเร็จ ซึ่งก่อนหน้านั้นก็เพิ่งคว้าแชมป์คอนคาเคฟ เนชันส์ ลีก มาเช่นกัน ในฟุตบอลโลก 7 ครั้งหลังสุด เม็กซิโกผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้ทุกครั้งแต่ไม่เคยเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเลย เป้าหมายในครั้งนี้จึงเป็นการเก็บชัยชนะในรอบน็อกเอาต์ให้ได้อีกครั้งในรอบ 40 ปี และหากพวกเขาสามารถคว้าแชมป์กลุ่มได้ ทั้งในรอบ 32 ทีมและรอบ 16 ทีมก็จะได้ลงเล่นในฐานะเจ้าบ้านที่สนามอัซเตกา
ยุโรป: นอร์เวย์
นอร์เวย์กลับสู่เวทีฟุตบอลโลกอีกครั้งในรอบเกือบ 30 ปี พร้อมกับขุมกำลังยุคโกลเดนเจเนอเรชันที่นำโดย ฮาลันด์, โอเดการ์ด, เซอร์ลอธ และ ไรเออร์สัน นอร์เวย์เป็นทีมที่ทำประตูได้มากที่สุดในรอบคัดเลือกโซนยุโรป โดยฮาลันด์คว้ารางวัลดาวซัลโวที่จำนวน 16 ประตู และพวกเขายังสามารถเอาชนะอิตาลีได้ทั้งเหย้าและเยือน นอร์เวย์เป็นทีมที่ทำประตูจากลูกกลางอากาศและจังหวะสวนกลับได้มากที่สุดในยุโรป ทว่าการจับสลากให้อยู่ในกลุ่มแห่งความตายร่วมกับฝรั่งเศส เซเนกัล และอิรัก ประกอบกับการขาดประสบการณ์ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ถือเป็นจุดอ่อนสำคัญของพวกเขา
แอฟริกา: เซเนกัล
แม้ว่าผู้เล่นแกนหลักอย่าง มาเน่, กาน่า เกย์ และ คูลิบาลี จะเข้าสู่ช่วงปลายของอาชีพค้าแข้งแล้ว แต่ทีมก็มีสายเลือดใหม่ก้าวขึ้นมาทดแทนอย่าง แจ็คสัน, กามาร่า, ดิอุฟ และ ดิยาร์ร่า ในเดือนมกราคมของปีนี้ พวกเขาเอาชนะโมร็อกโกเจ้าภาพไปได้ 1 ต่อ 0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษรอบชิงชนะเลิศแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ แต่กลับถูกริบแชมป์จากเหตุการณ์ประท้วงคำตัดสินของผู้ตัดสิน ทำให้คนทั้งทีมต่างมุ่งมั่นที่จะมาแก้ตัวในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ทางด้านกุนซือ ปาเป้ เธีย มีสถิติคุมทีมเซเนกัล 31 นัด และปราชัยไปเพียง 4 นัดเท่านั้น
เอเชีย: ญี่ปุ่น
ในฟุตบอลโลกครั้งที่แล้ว ญี่ปุ่นเคยสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการล้มยักษ์อย่างเยอรมนีและสเปน ส่วนในเดือนมีนาคมของปีนี้พวกเขาก็เพิ่งเอาชนะอังกฤษได้ที่สนามเวมบลีย์ และเมื่อปีที่แล้วก็สามารถเฉือนชนะบราซิลไปได้ 3 ต่อ 2 ทีมชาติญี่ปุ่นเน้นระบบการเล่นแบบ 343 โดยมีผู้เล่นที่เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์อย่าง ทาเคฟุสะ คุโบะ และ จุนยะ อิโตะ แต่การขาดหายไปของ คาโอรุ มิโตมะ ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดเอ็นร้อยหวายทำให้หมดสิทธิ์ช่วยทีมในฟุตบอลโลกครั้งนี้ อีกทั้งญี่ปุ่นเองก็ยังไม่เคยชนะในรอบน็อกเอาต์ของฟุตบอลโลกมาก่อนเลยเช่นกัน
อเมริกาใต้: เอกวาดอร์
ภายใต้การคุมทีมของเบคกาเซเซ เอกวาดอร์ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการแพ้เพียงนัดเดียวจากการลงสนาม 19 นัด และคว้าอันดับที่ 2 ในรอบคัดเลือกโซนอเมริกาใต้ พวกเขามีแกนหลักที่แข็งแกร่งอย่าง ไกเซโด จากเชลซี, ปาโช จากปารีส และ อินกาปิเอ จากอาร์เซนอล ทำให้มีเกมรับที่เหนียวแน่นเป็นทวีคูณ นับตั้งแต่เบคกาเซเซเข้ามาคุมทีม เอกวาดอร์เสียประตูไปเพียง 7 ลูก และเก็บคลีนชีตได้ถึง 12 นัด ทว่าจุดที่น่ากังวลคือเกมรุกที่ยังคงต้องพึ่งพาความสามารถของกองหน้าจอมเก๋าอย่าง เอ็นเนอร์ วาเลนเซีย เป็นหลัก
อเมริกาเหนือ: เม็กซิโก
ทีมของอากีร์เรยังคงรักษาสถิติไร้พ่ายในปี 2026 ด้วยผลงานชนะ 5 เสมอ 2 โดยเน้นแผนการเล่นแบบ 433 และมี เอ็ดสัน อัลวาเรซ มิดฟิลด์ตัวรับ กับ ฮิเมเนซ กองหน้าจากฟูแล่มเป็นแกนหลัก เมื่อฤดูร้อนปีที่แล้วพวกเขาสามารถเอาชนะสหรัฐอเมริกาและคว้าแชมป์โกลด์คัพมาครองได้สำเร็จ ซึ่งก่อนหน้านั้นก็เพิ่งคว้าแชมป์คอนคาเคฟ เนชันส์ ลีก มาเช่นกัน ในฟุตบอลโลก 7 ครั้งหลังสุด เม็กซิโกผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้ทุกครั้งแต่ไม่เคยเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเลย เป้าหมายในครั้งนี้จึงเป็นการเก็บชัยชนะในรอบน็อกเอาต์ให้ได้อีกครั้งในรอบ 40 ปี และหากพวกเขาสามารถคว้าแชมป์กลุ่มได้ ทั้งในรอบ 32 ทีมและรอบ 16 ทีมก็จะได้ลงเล่นในฐานะเจ้าบ้านที่สนามอัซเตกา
ยุโรป: นอร์เวย์
นอร์เวย์กลับสู่เวทีฟุตบอลโลกอีกครั้งในรอบเกือบ 30 ปี พร้อมกับขุมกำลังยุคโกลเดนเจเนอเรชันที่นำโดย ฮาลันด์, โอเดการ์ด, เซอร์ลอธ และ ไรเออร์สัน นอร์เวย์เป็นทีมที่ทำประตูได้มากที่สุดในรอบคัดเลือกโซนยุโรป โดยฮาลันด์คว้ารางวัลดาวซัลโวที่จำนวน 16 ประตู และพวกเขายังสามารถเอาชนะอิตาลีได้ทั้งเหย้าและเยือน นอร์เวย์เป็นทีมที่ทำประตูจากลูกกลางอากาศและจังหวะสวนกลับได้มากที่สุดในยุโรป ทว่าการจับสลากให้อยู่ในกลุ่มแห่งความตายร่วมกับฝรั่งเศส เซเนกัล และอิรัก ประกอบกับการขาดประสบการณ์ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ถือเป็นจุดอ่อนสำคัญของพวกเขา
แอฟริกา: เซเนกัล
แม้ว่าผู้เล่นแกนหลักอย่าง มาเน่, กาน่า เกย์ และ คูลิบาลี จะเข้าสู่ช่วงปลายของอาชีพค้าแข้งแล้ว แต่ทีมก็มีสายเลือดใหม่ก้าวขึ้นมาทดแทนอย่าง แจ็คสัน, กามาร่า, ดิอุฟ และ ดิยาร์ร่า ในเดือนมกราคมของปีนี้ พวกเขาเอาชนะโมร็อกโกเจ้าภาพไปได้ 1 ต่อ 0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษรอบชิงชนะเลิศแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ แต่กลับถูกริบแชมป์จากเหตุการณ์ประท้วงคำตัดสินของผู้ตัดสิน ทำให้คนทั้งทีมต่างมุ่งมั่นที่จะมาแก้ตัวในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ทางด้านกุนซือ ปาเป้ เธีย มีสถิติคุมทีมเซเนกัล 31 นัด และปราชัยไปเพียง 4 นัดเท่านั้น
เอเชีย: ญี่ปุ่น
ในฟุตบอลโลกครั้งที่แล้ว ญี่ปุ่นเคยสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการล้มยักษ์อย่างเยอรมนีและสเปน ส่วนในเดือนมีนาคมของปีนี้พวกเขาก็เพิ่งเอาชนะอังกฤษได้ที่สนามเวมบลีย์ และเมื่อปีที่แล้วก็สามารถเฉือนชนะบราซิลไปได้ 3 ต่อ 2 ทีมชาติญี่ปุ่นเน้นระบบการเล่นแบบ 343 โดยมีผู้เล่นที่เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์อย่าง ทาเคฟุสะ คุโบะ และ จุนยะ อิโตะ แต่การขาดหายไปของ คาโอรุ มิโตมะ ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดเอ็นร้อยหวายทำให้หมดสิทธิ์ช่วยทีมในฟุตบอลโลกครั้งนี้ อีกทั้งญี่ปุ่นเองก็ยังไม่เคยชนะในรอบน็อกเอาต์ของฟุตบอลโลกมาก่อนเลยเช่นกัน
อเมริกาใต้: เอกวาดอร์
ภายใต้การคุมทีมของเบคกาเซเซ เอกวาดอร์ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการแพ้เพียงนัดเดียวจากการลงสนาม 19 นัด และคว้าอันดับที่ 2 ในรอบคัดเลือกโซนอเมริกาใต้ พวกเขามีแกนหลักที่แข็งแกร่งอย่าง ไกเซโด จากเชลซี, ปาโช จากปารีส และ อินกาปิเอ จากอาร์เซนอล ทำให้มีเกมรับที่เหนียวแน่นเป็นทวีคูณ นับตั้งแต่เบคกาเซเซเข้ามาคุมทีม เอกวาดอร์เสียประตูไปเพียง 7 ลูก และเก็บคลีนชีตได้ถึง 12 นัด ทว่าจุดที่น่ากังวลคือเกมรุกที่ยังคงต้องพึ่งพาความสามารถของกองหน้าจอมเก๋าอย่าง เอ็นเนอร์ วาเลนเซีย เป็นหลัก
จาก:ข่าวฮอต
โพสต์ฮอต
-
เม็กซิโก เค้นฟอร์มดุชนะรวด 3 นัด! ถล่ม เช็ก 3-0 ลิ่วรอบน็อกเอาต์ "โอชัว" ลงสำรองสร้างประวัติศาสตร์บอลโลก 6 สมัย -
พรีวิวฟุตบอล ฟุตบอลโลก: ปานามา vs อังกฤษ -
พรีวิวฟุตบอล ฟุตบอลโลก: นอร์เวย์ vs ฝรั่งเศส -
สเปนเฉือนอุรุกวัย 1-0 บาเอนาซัดทำมุสเลราซองแตก คาโนบิโอโดนใบแดง -
ถล่ม 5-0! เซเนกัล แชมป์แอฟริกา 2 สมัยฟอร์มดุ ครองบอล 66% สับไก 25 ครั้ง เขี่ย อิรัก ตกรอบ 3 นัดติด ทำ เกาหลีใต้ ร่อแร่ -
พลิกล็อก! แอฟริกาใต้ เฉือนชนะ เกาหลีใต้ 1-0 ทะลุเข้ารอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์



