รังนิค ลั่น! ออสเตรียสุขล้นคัมแบ็กบอลโลกในรอบ 28 ปี ตั้งเป้าลุยรอบน็อคเอาท์

ราล์ฟ รังนิก ผู้จัดการทีมชาติออสเตรีย ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของฟีฟ่าเมื่อไม่นานมานี้ โดยได้พูดถึงการพาทีมชาติออสเตรียกลับเข้าสู่รอบสุดท้ายของฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปี
ออสเตรียกลับสู่ฟุตบอลโลกอีกครั้งในรอบ 28 ปี คุณรู้สึกกดดันไหมที่ต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้
"ก่อนอื่นเลย ทุกคนมีความสุขมาก ทั้งแฟนบอล นักเตะ และทีมงาน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พวกเราทุ่มเทความพยายามอย่างมหาศาล ไม่ใช่แค่เพื่อผ่านเข้ารอบยูโรเมื่อสองปีก่อน แต่รวมถึงการตีตั๋วไปฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วย ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ พวกเราตั้งตารอคอยที่จะได้กลับไปยืนบนเวทีฟุตบอลโลกอย่างแท้จริง"
ภายใต้การคุมทีมของคุณ โครงสร้าง สไตล์การเล่น และสภาพจิตใจของทีมเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง
"ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ พวกเราชนะใจผู้คนด้วยวิธีการเล่นของทีม เราเล่นกันอย่างดุดันและเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกเข้าใส่ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่มีครองบอลหรือไม่มีครองบอลก็ตาม คุณสามารถสัมผัสได้ถึงสปิริตของทีมชุดนี้ เมื่อคุณดูเราเล่น คุณจะรู้เลยว่าพวกเขาไม่ได้เล่นฟุตบอลแบบเน้นผลการแข่งขันจนน่าเบื่อ เราไม่ใช่แค่กลุ่มคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน แต่เราได้กลายเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างแท้จริง ตัวนักเตะเองก็พูดแบบนี้ และผมคิดว่านี่คือสิ่งเซตให้เราแตกต่างจากทีมอื่น"
ความท้าทายในรอบแบ่งกลุ่มน่าตื่นเต้นแค่ไหน
"เราต้องเจอกับอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นแชมป์เก่า แม้จะอยู่ในกลุ่มทีมวางโถ 1 แต่ก็ไม่มีคู่แข่งทีมไหนที่รับมือยากไปกว่านี้อีกแล้ว แน่นอนว่าพวกเราทุกคนตั้งตารอแมตช์นี้ แต่ในขณะเดียวกัน เราก็รู้ดีว่าเกมแรกที่พบกับจอร์แดนอาจจะเป็นนัดชี้ชะตา และเรามุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ให้ได้"
ดาบิด อลาบา เป็นหัวใจสำคัญของทีมชาติออสเตรียมานานกว่าทศวรรษ ในฐานะผู้นำ เขาได้มอบอะไรให้กับทีมบ้าง
"อลาบาคือของขวัญสำหรับโค้ชทุกคนและทุกๆ ทีม บทบาทของเขามันไปไกลกว่าการเป็นแค่ผู้เล่นคนหนึ่ง คำพูดของเขามีน้ำหนักมาก เขาไม่ใช่แค่เป็นที่รักของทุกคนในทีม แต่ยังได้รับความเคารพอย่างสูงอีกด้วย ในครั้งนี้ ถ้าเขาพร้อมลงสนามและไม่ได้ทำหน้าที่แค่กัปตันทีมที่อยู่นอกสนามเหมือนตอนศึกยูโร มันจะเป็นประโยชน์ต่อทีมของเราอย่างมหาศาล"
กระแสความยินดีในออสเตรียกำลังคุกรุ่น คุณมีวิธีจัดการกับความคาดหวังต่อผลการแข่งขันภายในทีมอย่างไร
"เมื่อผมมองย้อนกลับไปในเกมที่เราไปเยือนไซปรัส (เกมคัดเลือกเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วที่ชนะ 2-0) มีแฟนบอลออสเตรียตามไปเชียร์กว่า 2000 คน สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้คนรักทีมชุดนี้มากแค่ไหน ในขณะเดียวกัน จากข้อมูลของออปตา เราก็รู้ดีว่ากลุ่มที่เราอยู่นั้นเป็นกลุ่มที่หินที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ หากเราสามารถผ่านรอบแบ่งกลุ่มนี้ไปได้ ผมคิดว่านั่นคือการบรรลุเป้าหมายขั้นต่ำของเราแล้ว"
คุณสัมผัสได้ไหมว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้มีความหมายต่อวงการฟุตบอลออสเตรียอย่างไร
"สัมผัสได้ครับ ผมคิดว่าไม่ใช่แค่สำหรับแฟนบอล แต่สำหรับคนทั้งประเทศด้วย มันช่วยปลุกพลังและสร้างแรงขับเคลื่อนให้กับคนในชาติ ซึ่งคุณรู้สึกถึงมันได้เลย สิ่งนี้ส่งผลดีต่อประเทศและประชาชนที่อาศัยอยู่ในออสเตรีย พวกเราตระหนักดีถึงความรับผิดชอบนี้ นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมความกดดันในเกมคัดเลือกนัดสุดท้ายกับบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ถึงอาจจะมากกว่าเกมไหนๆ ในฟุตบอลโลกเสียด้วยซ้ำ"
คุณมีอะไรอยากจะบอกกับแฟนบอลออสเตรียที่จะเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาไหม
"ผมหวังว่าจะมีแฟนบอลไปร่วมเชียร์ในสนามให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แม้ว่าเราจะต้องลงเล่นที่ซานฟรานซิสโกทางฝั่งตะวันตกก็ตาม ที่นั่นเป็นเมืองที่สวยงามมาก ส่วนอีกสองเมืองอย่าง แคนซัส ซิตี้ และ ดัลลัส ก็เป็นเมืองที่น่าไปเยือนเช่นกัน ผมหวังว่าเราจะมีกองเชียร์กลุ่มใหญ่คอยหนุนหลัง เพื่อสร้างบรรยากาศให้เหมือนกับตอนที่เราเล่นในเบอร์ลินช่วงศึกยูโร จากนั้นค่อยมาดูกันว่าการเดินทางครั้งนี้จะพาเราไปได้ไกลแค่ไหน"
หลังจากจบทัวร์นาเมนต์นี้ คุณอยากให้ผู้คนพูดถึงทีมชาติออสเตรียอย่างไร
"หัวใจสำคัญคือการสร้างความประหลาดใจ เราต้องการทำให้ผู้คนรู้สึกเซอร์ไพรส์ ผมคิดว่าหลายประเทศยังคงมองข้ามเราอยู่ เราเคยทำสำเร็จมาแล้วในศึกยูโร ในรอบแบ่งกลุ่มที่ยากที่สุดที่ต้องเจอกับฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และโปแลนด์ เราต้องการทำมันให้ได้อีกครั้ง และสิ่งสำคัญที่สุดคือ การนำบทเรียนที่ถูกต้องจากความพ่ายแพ้ต่อตุรกีในรอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึกยูโรมาปรับใช้ เพื่อที่จะเดินหน้าไปให้ไกลที่สุดในรอบน็อคเอาท์"
คุณอยากให้ทีมของคุณเป็นตัวแทนของแนวคิดหรือค่านิยมแบบไหน
"เราต้องการแสดงตัวตนของเราออกมาในทุกๆ มิติ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์การเล่น สปิริตของทีม รวมถึงค่านิยมที่ตัวนักเตะยึดถือ ผู้ชมควรจะสามารถมองเห็นและสัมผัสสิ่งเหล่านี้ได้ตั้งแต่นาทีแรกของการแข่งขัน"
ออสเตรียกลับสู่ฟุตบอลโลกอีกครั้งในรอบ 28 ปี คุณรู้สึกกดดันไหมที่ต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้
"ก่อนอื่นเลย ทุกคนมีความสุขมาก ทั้งแฟนบอล นักเตะ และทีมงาน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พวกเราทุ่มเทความพยายามอย่างมหาศาล ไม่ใช่แค่เพื่อผ่านเข้ารอบยูโรเมื่อสองปีก่อน แต่รวมถึงการตีตั๋วไปฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วย ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ พวกเราตั้งตารอคอยที่จะได้กลับไปยืนบนเวทีฟุตบอลโลกอย่างแท้จริง"
ภายใต้การคุมทีมของคุณ โครงสร้าง สไตล์การเล่น และสภาพจิตใจของทีมเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง
"ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ พวกเราชนะใจผู้คนด้วยวิธีการเล่นของทีม เราเล่นกันอย่างดุดันและเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกเข้าใส่ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่มีครองบอลหรือไม่มีครองบอลก็ตาม คุณสามารถสัมผัสได้ถึงสปิริตของทีมชุดนี้ เมื่อคุณดูเราเล่น คุณจะรู้เลยว่าพวกเขาไม่ได้เล่นฟุตบอลแบบเน้นผลการแข่งขันจนน่าเบื่อ เราไม่ใช่แค่กลุ่มคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน แต่เราได้กลายเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างแท้จริง ตัวนักเตะเองก็พูดแบบนี้ และผมคิดว่านี่คือสิ่งเซตให้เราแตกต่างจากทีมอื่น"
ความท้าทายในรอบแบ่งกลุ่มน่าตื่นเต้นแค่ไหน
"เราต้องเจอกับอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นแชมป์เก่า แม้จะอยู่ในกลุ่มทีมวางโถ 1 แต่ก็ไม่มีคู่แข่งทีมไหนที่รับมือยากไปกว่านี้อีกแล้ว แน่นอนว่าพวกเราทุกคนตั้งตารอแมตช์นี้ แต่ในขณะเดียวกัน เราก็รู้ดีว่าเกมแรกที่พบกับจอร์แดนอาจจะเป็นนัดชี้ชะตา และเรามุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ให้ได้"
ดาบิด อลาบา เป็นหัวใจสำคัญของทีมชาติออสเตรียมานานกว่าทศวรรษ ในฐานะผู้นำ เขาได้มอบอะไรให้กับทีมบ้าง
"อลาบาคือของขวัญสำหรับโค้ชทุกคนและทุกๆ ทีม บทบาทของเขามันไปไกลกว่าการเป็นแค่ผู้เล่นคนหนึ่ง คำพูดของเขามีน้ำหนักมาก เขาไม่ใช่แค่เป็นที่รักของทุกคนในทีม แต่ยังได้รับความเคารพอย่างสูงอีกด้วย ในครั้งนี้ ถ้าเขาพร้อมลงสนามและไม่ได้ทำหน้าที่แค่กัปตันทีมที่อยู่นอกสนามเหมือนตอนศึกยูโร มันจะเป็นประโยชน์ต่อทีมของเราอย่างมหาศาล"
กระแสความยินดีในออสเตรียกำลังคุกรุ่น คุณมีวิธีจัดการกับความคาดหวังต่อผลการแข่งขันภายในทีมอย่างไร
"เมื่อผมมองย้อนกลับไปในเกมที่เราไปเยือนไซปรัส (เกมคัดเลือกเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วที่ชนะ 2-0) มีแฟนบอลออสเตรียตามไปเชียร์กว่า 2000 คน สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้คนรักทีมชุดนี้มากแค่ไหน ในขณะเดียวกัน จากข้อมูลของออปตา เราก็รู้ดีว่ากลุ่มที่เราอยู่นั้นเป็นกลุ่มที่หินที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ หากเราสามารถผ่านรอบแบ่งกลุ่มนี้ไปได้ ผมคิดว่านั่นคือการบรรลุเป้าหมายขั้นต่ำของเราแล้ว"
คุณสัมผัสได้ไหมว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้มีความหมายต่อวงการฟุตบอลออสเตรียอย่างไร
"สัมผัสได้ครับ ผมคิดว่าไม่ใช่แค่สำหรับแฟนบอล แต่สำหรับคนทั้งประเทศด้วย มันช่วยปลุกพลังและสร้างแรงขับเคลื่อนให้กับคนในชาติ ซึ่งคุณรู้สึกถึงมันได้เลย สิ่งนี้ส่งผลดีต่อประเทศและประชาชนที่อาศัยอยู่ในออสเตรีย พวกเราตระหนักดีถึงความรับผิดชอบนี้ นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมความกดดันในเกมคัดเลือกนัดสุดท้ายกับบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ถึงอาจจะมากกว่าเกมไหนๆ ในฟุตบอลโลกเสียด้วยซ้ำ"
คุณมีอะไรอยากจะบอกกับแฟนบอลออสเตรียที่จะเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาไหม
"ผมหวังว่าจะมีแฟนบอลไปร่วมเชียร์ในสนามให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แม้ว่าเราจะต้องลงเล่นที่ซานฟรานซิสโกทางฝั่งตะวันตกก็ตาม ที่นั่นเป็นเมืองที่สวยงามมาก ส่วนอีกสองเมืองอย่าง แคนซัส ซิตี้ และ ดัลลัส ก็เป็นเมืองที่น่าไปเยือนเช่นกัน ผมหวังว่าเราจะมีกองเชียร์กลุ่มใหญ่คอยหนุนหลัง เพื่อสร้างบรรยากาศให้เหมือนกับตอนที่เราเล่นในเบอร์ลินช่วงศึกยูโร จากนั้นค่อยมาดูกันว่าการเดินทางครั้งนี้จะพาเราไปได้ไกลแค่ไหน"
หลังจากจบทัวร์นาเมนต์นี้ คุณอยากให้ผู้คนพูดถึงทีมชาติออสเตรียอย่างไร
"หัวใจสำคัญคือการสร้างความประหลาดใจ เราต้องการทำให้ผู้คนรู้สึกเซอร์ไพรส์ ผมคิดว่าหลายประเทศยังคงมองข้ามเราอยู่ เราเคยทำสำเร็จมาแล้วในศึกยูโร ในรอบแบ่งกลุ่มที่ยากที่สุดที่ต้องเจอกับฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และโปแลนด์ เราต้องการทำมันให้ได้อีกครั้ง และสิ่งสำคัญที่สุดคือ การนำบทเรียนที่ถูกต้องจากความพ่ายแพ้ต่อตุรกีในรอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึกยูโรมาปรับใช้ เพื่อที่จะเดินหน้าไปให้ไกลที่สุดในรอบน็อคเอาท์"
คุณอยากให้ทีมของคุณเป็นตัวแทนของแนวคิดหรือค่านิยมแบบไหน
"เราต้องการแสดงตัวตนของเราออกมาในทุกๆ มิติ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์การเล่น สปิริตของทีม รวมถึงค่านิยมที่ตัวนักเตะยึดถือ ผู้ชมควรจะสามารถมองเห็นและสัมผัสสิ่งเหล่านี้ได้ตั้งแต่นาทีแรกของการแข่งขัน"
จาก:ข่าวฮอต
โพสต์ฮอต
-
เม็กซิโก เค้นฟอร์มดุชนะรวด 3 นัด! ถล่ม เช็ก 3-0 ลิ่วรอบน็อกเอาต์ "โอชัว" ลงสำรองสร้างประวัติศาสตร์บอลโลก 6 สมัย -
พรีวิวฟุตบอล ฟุตบอลโลก: ปานามา vs อังกฤษ -
พรีวิวฟุตบอล ฟุตบอลโลก: นอร์เวย์ vs ฝรั่งเศส -
สเปนเฉือนอุรุกวัย 1-0 บาเอนาซัดทำมุสเลราซองแตก คาโนบิโอโดนใบแดง -
ถล่ม 5-0! เซเนกัล แชมป์แอฟริกา 2 สมัยฟอร์มดุ ครองบอล 66% สับไก 25 ครั้ง เขี่ย อิรัก ตกรอบ 3 นัดติด ทำ เกาหลีใต้ ร่อแร่ -
พลิกล็อก! แอฟริกาใต้ เฉือนชนะ เกาหลีใต้ 1-0 ทะลุเข้ารอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์



