ฝันสลาย! สเปนฟอร์มดุอัดฝรั่งเศส 0-2 ดับฝันตราไก่ชวดชิงฟุตบอลโลก 3 สมัยติด

แมตช์ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น 'ศึกแห่งศตวรรษ' และเปรียบเสมือนนัดชิงชนะเลิศที่มาถึงก่อนกำหนด จบลงด้วยความผิดหวังของทัพ "ตราไก่" เมื่อแนวรุกระดับพระกาฬของฝรั่งเศสไม่สามารถเจาะระบบการต่อบอลอันยอดเยี่ยมของสเปนได้ ส่งผลให้ทัพกระทิงดุเอาชนะไปได้อย่างเด็ดขาด 2-0 ทำให้ฝรั่งเศสหมดสิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน และต้องหยุดเส้นทางไว้เพียงแค่ประตูสู่รอบชิงฯ เท่านั้น
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในศึกฟุตบอลโลก (สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก) รอบรองชนะเลิศคู่แรก เป็นการโคจรมาพบกันของสองยอดทีมระหว่าง "ตราไก่" ฝรั่งเศส และ "กระทิงดุ" สเปน ทว่าเหตุการณ์ในสนามกลับพลิกโผไปจากที่หลายฝ่ายคาดหมาย
สเปนเปิดเกมด้วยสไตล์การต่อบอลที่เหนือชั้น ทำเอาฝรั่งเศสตั้งรับไม่ทันกับระบบการเล่นเป็นทีมที่ไหลลื่นและมีประสิทธิภาพสูง ในช่วงครึ่งแรก ลามีน ยามาล อาศัยจังหวะเคลียร์บอลหลอกล่อ ลูกาส์ ดีญ อย่างเหนือความคาดหมาย จนทำให้ฝรั่งเศสเสียจุดโทษ และเป็นกองหน้าอย่าง มิเกล โอยาร์ซาบัล ที่รับหน้าที่สังหารจุดโทษผ่านมือผู้รักษาประตูฝรั่งเศสเข้าไปในนาทีที่ 22 ช่วยให้สเปนออกนำ 1-0
ตลอดช่วงครึ่งแรก ฝรั่งเศสมีโอกาสยิงเพียง 2 ครั้ง และไม่เข้ากรอบเลยแม้แต่หนเดียว การต้องเผชิญหน้ากับแนวรับที่แข็งแกร่งดั่งภูผาของสเปน ทำให้ทัพตราไก่ไม่สามารถสร้างสรรค์โอกาสทำประตูแบบจะแจ้งได้เลย
เข้าสู่ช่วงต้นครึ่งหลัง สเปนยิ่งแสดงให้เห็นถึงการต่อบอลระดับตำรา เมื่อ เปโร และ โอลโม ทำชิ่งหนึ่ง-สองกันอย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนจะสอดทะลุแนวรับฝรั่งเศสเข้าไปยิงประตูบริเวณกรอบเขตโทษในนาทีที่ 58 ช่วยให้สเปนทิ้งห่างเป็น 2-0 ส่งผลให้โอกาสเข้าชิงของฝรั่งเศสริบหรี่ลงไปอีกขั้น
หมดเวลาการแข่งขัน! ฝรั่งเศส พ่าย สเปน 0-2 ทัพ "ตราไก่" ที่ทำผลงานชนะรวดมาตลอดก่อนหน้านี้ ต้องมาปราชัยให้กับคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่า สเปนสามารถครองความได้เปรียบอย่างเบ็ดเสร็จตลอดเวลาส่วนใหญ่ของการแข่งขัน พร้อมสร้างสถิติเก็บคลีนชีตเป็นนัดที่ 6 ในทัวร์นาเมนต์นี้ ทิ้งให้ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ผู้จัดการทีมชาติฝรั่งเศสและลูกทีมต้องเดินออกจากสนามด้วยความสลดใจ
หลังจบเกม เดส์ชองส์ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ช่อง 6 ของฝรั่งเศส ว่า "ทุกคนรู้สึกผิดหวังมาก นักเตะต่างหมดกำลังใจ เพราะเราตั้งความหวังไว้สูงมาก แต่เราก็ต้องยอมรับว่าวันนี้ในแง่ของเทคนิค เราเป็นรองคู่แข่งเล็กน้อย สเปนไม่เพียงแต่คุมเกมไว้ได้ทั้งหมด แต่ยังทำผลงานได้เหนือกว่าเรามากจริงๆ"
สำหรับรอบรองชนะเลิศอีกหนึ่งคู่ระหว่าง อาร์เจนตินา พบ อังกฤษ จะแข่งขันกันในวันพุธ โดยผู้ชนะจะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับสเปนในวันอาทิตย์ที่ 19 ส่วนฝรั่งเศสจะต้องไปเล่นในนัดชิงอันดับ 3 ที่ไมอามีในวันเสาร์
สถิติการพบกันที่ผ่านมาของทั้งสองทีม ฝรั่งเศสและสเปนดวลกันมาแล้วถึง 38 ครั้ง โดยในช่วง 2 ปีหลังสุดในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ สเปนเป็นฝ่ายเขี่ยฝรั่งเศสตกรอบรองชนะเลิศได้ถึง 2 ครั้งติดต่อกัน เริ่มจากศึกยูโร 2024 รอบรองชนะเลิศ ที่สเปนพลิกแซงชนะ 2-1 และศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2025 รอบรองชนะเลิศ ที่สเปนเฉือนชนะไป 5-4
อย่างไรก็ตาม ในศึกฟุตบอลโลก ทั้งสองทีมเคยพบกันเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายปี 2006 ซึ่งครั้งนั้นฝรั่งเศสเป็นฝ่ายเอาชนะสเปนไปได้ 3-1
โพสต์ฮอต
-
พรีวิวฟุตบอล ฟุตบอลโลก: สเปน vs อาร์เจนตินา -
อังกฤษ ซัด ฝรั่งเศส 6-4 เถลิงอันดับ 3 บอลโลก ซาก้ากดแฮตทริก-เอ็มบัปเป้ซัดเบิ้ล -
พรีวิวฟุตบอล ฟุตบอลโลก: ฝรั่งเศส vs อังกฤษ -
ตอร์เรสซัดชัย! สเปนเฉือนอาร์เจนตินา 1-0 ผงาดคว้าแชมป์โลก -
สเปน ผงาดคว้าแชมป์บอลโลกในรอบ 16 ปี พร้อมซิวถ้วยสมัยที่ 2 -
ไฮไลท์+โรมาเนีย ลีกา1:ซีเอส คราอิโอว่า 4-0 UTA Arad丨โรมาเนีย ลีกา1 2026-2027丨19-07-2026



