บราซิลยังเชื่อใจ! ยันให้อันเชล็อตติคุมต่อถึงบอลโลก 2030
ทัพ "เซเลเซา" ต้องยืดเวลาการรอคอยแชมป์โลกสมัยที่ 6 ออกไปเป็นอย่างน้อย 28 ปี หลังจากพลาดท่าพ่ายให้กับ นอร์เวย์ 1-2 จากการเหมาสองประตูของ เออร์ลิง ฮาลันด์ ที่นิวเจอร์ซีย์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยนับตั้งแต่คว้าแชมป์ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ในปี 2002 นี่ถือเป็นช่วงเวลาที่พวกเขาห่างหายจากถ้วยแชมป์โลกยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ แถมยังเป็นการตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1990 ที่พ่าย อาร์เจนตินา 0-1 อีกด้วย
ผลงานของบราซิลในทัวร์นาเมนต์นี้ถือว่ายังไม่ค่อยเข้าตานัก เริ่มจากเสมอ โมร็อกโก 1-1 ก่อนจะมาไล่ถล่ม เฮติ และ สกอตแลนด์ 3-0 คว้าแชมป์กลุ่ม ซี จากนั้นในรอบ 32 ทีมสุดท้ายก็ต้องลุ้นเหนื่อยกว่าจะเอาชนะ ญี่ปุ่น ได้จากประตูชัยช่วงทดเจ็บของ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ อย่างไรก็ตาม บอร์ดบริหารจะไม่ยอมถูกกดดันให้ต้องเปลี่ยนตัวกุนซือ เนื่องจากเพิ่งมอบสัญญาฉบับใหม่ให้กับ อันเชล็อตติ ไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีระยะเวลายาวไปจนจบบอลโลก 2030
โรดริโก้ คาเอตาโน่ ผู้อำนวยการทีมชาติบราซิล กล่าวหลังเกมว่า "ตอนนี้ขึ้นอยู่กับพวกเราที่ต้องเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเดินหน้าต่อไปด้วยความใจเย็น เราจะสานต่องานร่วมกับโค้ชไปจนถึงฟุตบอลโลก 2030 พร้อมกับปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่จำเป็น เราขอเวลาและความสงบเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฟุตบอลโลกครั้งหน้า เห็นได้ชัดว่าทุกคนเสียใจและผิดหวังมาก แต่เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตลอด 38 วันที่ผ่านมา ทุกคนได้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความเป็นมืออาชีพของนักเตะตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย"
จุดเปลี่ยนสำคัญในเกมพบ นอร์เวย์ เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกขณะที่สกอร์ยัง 0-0 บราซิลได้จุดโทษจากการที่ คริสตอฟเฟอร์ อาเยอร์ ทำฟาวล์ มาเธอุส คุนญ่า แฟนบอลคาดหวังว่า วินิซิอุส จูเนียร์ ที่สถิติยิงจุดโทษเข้า 12 จาก 16 ครั้งให้เรอัล มาดริด จะเป็นคนสังหาร แต่กลับกลายเป็น บรูโน่ กิมาไรส์ ที่เพิ่งเคยยิงจุดโทษให้ นิวคาสเซิ่ล แค่ 2 ครั้ง รับหน้าที่แทน ก่อนจะยิงไปติดเซฟของ ออร์ยาน นีลันด์
หลังเกม วินิซิอุส ออกมาเผยสาเหตุที่ไม่ยิงจุดโทษว่า "มันเป็นการตัดสินใจของผู้จัดการทีมครับ ผมไม่เคยหนีความรับผิดชอบ ตอนอยู่มาดริดถ้าผู้จัดการทีมสั่ง ผมก็พร้อมยิงเสมอ แต่ที่นี่ผมต้องทำตามการตัดสินใจที่วางไว้ นี่แสดงให้เห็นว่าผมไม่ได้เห็นแก่ตัวหรืออยากจะแย่งซีนใคร" แม้จะแพ้ แต่วินิซิอุสทำผลงานส่วนตัวได้ดี เขาสร้างโอกาสได้ 2 ครั้ง ชนะการดวล 8 จาก 13 ครั้ง และเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งสำเร็จ 6 ครั้ง
ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลังที่เกมแทบจะจบลงแล้ว บราซิลมาได้จุดโทษอีกครั้ง ซึ่งวินิซิอุสก็หลีกทางให้ เนย์มาร์ ตัวสำรองรับหน้าที่สังหารเป็นประตูตีไข่แตก ส่งผลให้เนย์มาร์กลายเป็นแข้งแซมบ้าคนที่สองในประวัติศาสตร์ที่ทำประตูในฟุตบอลโลกได้ถึง 4 สมัย (2014, 2018, 2022 และ 2026) ตามรอยตำนานอย่าง เปเล่ ที่เคยทำไว้ (1958, 1962, 1966 และ 1970)
จาก:ข่าวฮอต
โพสต์ฮอต
-
📝 วิเคราะห์บอล อาเซียนคัพ : ลาว vs ไทย -
อัปเดตค่าตัว - ฮาแลนด์-ยามาล พุ่ง 220ล., เอ็มบัปเป้ 200ล. -
สปป.ลาว ตั้งเป้าสร้างเซอร์ไพรส์ดวลทีมชาติไทยในศึกอาเซียนคัพ -
'โอเล่' เผยเบื้องหลังนัดชี้ชะตาอาร์เจนตินา: สปีชลับเมสซี่ ก่อนวินาทีชูถ้วยต่อหน้าแฟนบอล -
นักข่าวเผย! เมสซี่ เปิดใจกลางห้องแต่งตัว ยืนยันเกมเมื่อวานคือนัดสุดท้ายกับทีมชาติ -
ช้างศึก" ออกศึก! พร้อมดวลลาวประเดิมนัดแรกชิงแชมป์อาเซียน



