Mobile
APP
 
 

Thscore> ข่าวฟุตบอล> ข่าวฮอต> ฟุตบอลโลก,ฟุตบอลโลก 2026

เดส์ชองส์ป้องเอ็มบัปเป้ โต้ข้อหาทำตัวเป็นเผด็จการ

เดส์ชองส์ป้องเอ็มบัปเป้ โต้ข้อหาทำตัวเป็นเผด็จการ
ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ผู้จัดการทีมชาติฝรั่งเศส ออกมาตอบโต้เสียงวิจารณ์อย่างดุเดือด หลังมีกระแสโจมตี คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กัปตันทีมคนเก่ง ว่ามีพฤติกรรมทำตัวเหมือน "เผด็จการ" จากการถูกมองว่ามีอิทธิพลมากเกินไปทั้งในแคมป์ทีมชาติและกับสโมสรต้นสังกัดอย่าง เรอัล มาดริด โดยกุนซือทัพตราไก่ยืนยันว่าเขาพึงพอใจสุดๆ กับความเป็นผู้นำของดาวยิงรายนี้

เอ็มบัปเป้ เพิ่งจะสวมบทฮีโร่สังหารจุดโทษเป็นประตูชัยช่วยให้ ฝรั่งเศส เฉือนชนะ ปารากวัย 1-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ส่งผลให้เขากดไปแล้วถึง 7 ประตูจากการลงสนาม 5 นัดในทัวร์นาเมนต์นี้ พร้อมเพิ่มยอดรวมประตูในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายของตัวเองเป็น 19 ลูก ตามหลังเจ้าของสถิติสูงสุดตลอดกาลอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ เพียงแค่ประตูเดียวเท่านั้น ที่น่าทึ่งคือ 11 ประตูจากจำนวนดังกล่าวเกิดขึ้นในรอบน็อกเอาต์ทั้งสิ้น

แม้จะทำผลงานได้ร้อนแรงแค่ไหน แต่ เอ็มบัปเป้ ก็ยังไม่วายโดนวิจารณ์ โดยเฉพาะในโลกโซเชียลที่มีการแชร์ภาพล้อเลียนว่าเขาทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลที่คอยบงการทีม ทว่า เดส์ชองส์ ได้ออกมาปกป้องลูกทีมคนสำคัญว่า "พวกคุณพยายามสร้างภาพให้ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ดูเหมือนเป็นเผด็จการ แต่ในความเป็นจริงมันตรงกันข้ามเลย ภาพลักษณ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาในที่สาธารณะไม่ได้สะท้อนถึงตัวตนจริงๆ ของเขาเลยแม้แต่น้อย คีลิยัน เป็นคนที่มีความเป็นผู้ใหญ่สูงมากมาโดยตลอด และทุกคนในทีมก็พร้อมใจกันทำตามเขา ผมมีความสุขมากๆ ที่ได้เขามารับหน้าที่กัปตันทีม ทุกครั้งที่เขาพูด ไม่ว่าจะในหรือนอกสนาม เขาคือตัวแทนของกลุ่มพวกเราเสมอ"

ปัจจุบัน เอ็มบัปเป้ กำลังขับเคี่ยวแย่งตำแหน่งดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2026 ร่วมกับอดีตเพื่อนร่วมทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อย่าง เมสซี่ นอกจากนี้ สถิติยังระบุเรื่องที่น่าสนใจว่า ทั้งคู่คือนักเตะเอาต์ฟิลด์ที่มีสัดส่วนการเดินเล่นในสนามมากที่สุดในทัวร์นาเมนต์ (นับเฉพาะคนที่ลงเล่นเกิน 150 นาที) โดยเมสซี่ใช้เวลาเดินคิดเป็น 47% ขณะที่เอ็มบัปเป้อยู่ที่ 45% ของระยะทางทั้งหมดที่ทำได้

สำหรับการผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศในครั้งนี้ ถือเป็นการทะลุเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลกได้เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกันของทัพตราไก่ (2014, 2018, 2022 และ 2026) ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นภายใต้การกุมบังเหียนของ เดส์ชองส์ โดยก่อนหน้าที่เขาจะเข้ามาคุมทีม ฝรั่งเศสเคยผ่านเข้าถึงรอบนี้ได้เพียงแค่ 5 ครั้งเท่านั้นในประวัติศาสตร์ (ปี 1938, 1958, 1986, 1998 และ 2006)
Copyright © 2026 Powered By Thscore All Rights Reserved.