อียิปต์แม่นโทษ! ดับฝันออสเตรเลียสกอร์รวม 5-3 ลิ่ว 16 ทีมบอลโลก ทำทีมจากเอเชียตกรอบเรียบทั้ง 9 ทีม
การแข่งขันฟุตบอลโลก รอบ 32 ทีมสุดท้ายนัดสำคัญสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย โดยทีมชาติอียิปต์สามารถเอาชนะออสเตรเลียไปได้ในการดวลจุดโทษตัดสิน พร้อมตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ
ในช่วงครึ่งแรก คริสเตียน โวลปาโต ยิงไกลไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย ก่อนที่เอแมด ฮาเฟซ จะเปิดบอลให้ อิหม่าม อาชูร พังประตูให้ทีมนำก่อน ต่อมาในครึ่งหลัง โมฮาเหม็ด ฮานี สกัดพลาดเข้าประตูตัวเองช่วยให้ออสเตรเลียตามตีเสมอได้สำเร็จ จบช่วงต่อเวลาพิเศษยังไม่มีสกอร์เพิ่ม ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ ซึ่งอียิปต์ยิงเข้า 4 จาก 4 คน ขณะที่ออสเตรเลียยิงเข้าเพียง 2 จาก 4 คน ส่งผลให้อียิปต์ชนะไปด้วยสกอร์รวม 5-3
ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะในรอบน็อกเอาต์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทีมชาติอียิปต์ โดยในรอบ 16 ทีมสุดท้าย พวกเขาจะเข้าไปรอพบผู้ชนะระหว่างอาร์เจนตินา แชมป์เก่า หรือเคปเวิร์ด เพื่อแย่งชิงโควตาในรอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป ขณะเดียวกัน การตกรอบของออสเตรเลียส่งผลให้ตัวแทนจากสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC) ทั้ง 9 ทีมในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ตกรอบไปทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อย
【ไฮไลต์สำคัญ】
นาทีที่ 14 เอแมด ฮาเฟซ ตักบอลจากกราบขวาเข้าเขตโทษ อิหม่าม อาชูร สอดมาโหม่งที่เสาสองตุงตาข่ายให้อียิปต์ออกนำ 1-0
ประตูนี้นับเป็นประตูที่ 2 ของอาชูรในทัวร์นาเมนต์นี้ และช่วยให้อียิปต์กลับมาทำประตูในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกได้อีกครั้งในรอบ 92 ปี อีกทั้งยังเป็นประตูที่ 250 ของการแข่งขันครั้งนี้ด้วย
นาทีที่ 55 จากจังหวะลูกฟรีคิกของออสเตรเลีย โมฮาเหม็ด ฮานี กองหลังอียิปต์พยายามโหม่งสกัดแต่ผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเอง ทำให้ออสเตรเลียตีเสมอเป็น 1-1
นี่คือการทำเข้าประตูตัวเองครั้งที่ 2 ของฮานีในฟุตบอลโลกครั้งนี้ หลังจากที่เคยทำพลาดในนัดแรกที่พบกับเบลเยียม ส่งผลให้เขากลายเป็นนักเตะคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่ทำเข้าประตูตัวเองถึง 2 ครั้งในการแข่งขันฟุตบอลโลกเพียงสมัยเดียว
【จังหวะสำคัญในเกม】
นาทีที่ 6 จอร์แดน บอส มีโอกาสหลุดเดี่ยว แต่ถูกราเมียพุ่งเสียบสกัดได้อย่างยอดเยี่ยมในจังหวะสุดท้าย
นาทีที่ 21 ซิโก้ รับบอลยาวก่อนลากไปซัดเต็มข้อแต่บอลหลุดกรอบออกไปนิดเดียว และถูกเป่าเป็นจังหวะล้ำหน้าในภายหลัง
นาทีที่ 35 อิรานคุนด้า จ่ายย้อนคืนหลังให้ เบซิช ยิงไกลแต่บอลพุ่งไปตรงตัว ชูเบียร์ นายด่านอียิปต์รับไว้ได้ไม่ยาก
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก นาทีที่ 2 คริสเตียน โวลปาโต ลากบอลตัดจากขวาเข้าในแล้วปั่นโค้งแต่บอลไม่ตรงกรอบ
เริ่มครึ่งหลังนาทีที่ 46 มาร์มูช หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับผู้รักษาประตู แต่จังหวะยิงเล่นทางบอลเฉี่ยวเสาไกลออกไปเพียงนิดเดียว
นาทีที่ 93 ราเบีย โหม่งจ่อๆ กลางประตู แต่บีช นายทวารออสเตรเลียโชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกไปได้อย่างเหลือเชื่อ
นาทีที่ 111 อาชูร ปั่นโค้งในเขตโทษ แต่ถูกแฮร์รี่ ซูตทาร์ กองหลังตัวเก่งโหม่งสกัดออกมาได้ทัน
【รายชื่อผู้เล่นตัวจริง】
ออสเตรเลีย : บีช (119' ไรอัน), ชีร์กาติ, จอร์แดน บอส (46' ทรีวิน), เบซิช, ซูตทาร์, เฮอร์ริงตัน, เมตคาล์ฟ (90' พอล โอคอน-เอิงสท์เลอร์), โอนีลล์ (90' มาบิล), โวลปาโต (74' ตูเร), แจ็คสัน เออร์วิน, อิรานคุนด้า (74' ฮรูสติช)
อียิปต์ : ชูเบียร์, อิบราฮิม, ฮานี, ราเบีย, ฮาเฟซ (80' เตรเซเก้), อาชูร, ซิโก้ (67' อับดุลมาจิด), ฟัตฮี (67' เฮย์ซัม ฮัสซัน), อัตติยา (121' มาห์มูด ซาเบียร์), ซาลาห์, มาร์มูช (105' อับดุล-คาริม)
สำรองที่ไม่ได้ลงสนาม: เอล เชนนาวี, สุไลมาน, โมฮาเหม็ด อะลา, ทาริก อะลา, ดุงกา, อเดล, ซิโซ่
【คะแนนความสามารถผู้เล่น】
โพสต์ฮอต
-
10 คนก็เอาอยู่! สหรัฐฯ ทุบ บอสเนียฯ 2-0 ลิ่วชน เบลเยียม รอบต่อไป -
ฝรั่งเศส ปะทะ ปารากวัย: เอ็มบัปเป้, เดมเบเล่, โอลิเซ่ นำทัพตัวจริง -
อำลาเพื่อนเก่า! โรนัลโด้สวมกอดปลอบใจโมดริช หลังจบเกมสุดซึ้ง -
พรีวิวฟุตบอล ฟุตบอลโลก: ปารากวัย vs ฝรั่งเศส -
โกงตาย! เบลเยียม รัวแซงคว้าชัยช่วงต่อเวลา 3-2 เขี่ยเซเนกัลร่วง ทะลุรอบ 16 ทีม -
*ยามาล" คว้าแข้งยอดเยี่ยมประจำแมตช์ หลังระเบิดฟอร์มพา "สเปน" เชือด "ออสเตรีย"



