กุนซือระดับโลกโชว์เหนือ! บราซิลพลิกแซงดับญี่ปุ่น 2-1 ทะลุเข้ารอบด้วยฝีมือ "อันเชล็อตติ"

ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 เวลา 00:00 น. ตามเวลาประเทศไทย ทีมชาติบราซิลทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม พลิกสถานการณ์จากที่ตามหลังญี่ปุ่นในครึ่งแรกกลับมาเอาชนะไปได้ 2-1 โดยหัวใจสำคัญของชัยชนะครั้งนี้คือการแก้เกมระดับมาสเตอร์คลาสของกุนซือ คาร์โล อันเชล็อตติ ที่กล้าปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นจากการต่อบอลบนพื้นมาเป็นเกมบุกทางอากาศจนประสบความสำเร็จ
ก่อนเกมนี้ บราซิลภายใต้การคุมทีมของอันเชล็อตติมองว่านี่คือเกมระดับ "นัดชิงชนะเลิศ" เนื่องจากเป็นระบบแพ้คัดออก แม้บราซิลจะมีชื่อชั้นเหนือกว่า แต่ญี่ปุ่นพัฒนาขึ้นมากและเคยเอาชนะบราซิลมาได้ 3-2 ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ซึ่งอันเชล็อตติให้ความเคารพคู่แข่งรายนี้อย่างสูงและยกย่องว่าเป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลก
รูปเกมในสนามยืนยันว่าคำยกย่องของกุนซือชาวอิตาเลียนไม่ใช่การถ่อมตัว ญี่ปุ่นเปิดเกมกดดันสูงและออกนำไปก่อน 1-0 ในครึ่งแรกด้วยวินัยและพละกำลังที่ยอดเยี่ยม ในขณะที่บราซิลยังดูติดขัด จ่ายบอลพลาดบ่อยครั้ง และพยายามบุกเจาะทางพื้นดินแต่ไม่สามารถทำลายแนวรับญี่ปุ่นได้
อย่างไรก็ตาม ในช่วงพักครึ่ง อันเชล็อตติแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของโค้ชระดับโลก ด้วยการปรับเปลี่ยนแท็กติกแบบกะทันหัน เขาสั่งให้ลูกทีมเลิกเคาะบอลสั้นแล้วหันมาโจมตีทางอากาศแทน โดยเน้นการเปิดบอลจากริมเส้นไปที่จุดบอดระหว่างกองหลังตัวกลางกับวิงแบ็กของญี่ปุ่น
การปรับแผนครั้งนี้ได้ผลทันตาเห็น บราซิลตามตีเสมอ 1-1 ได้จากลูกโหม่งของ คาเซมิโร ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดบอลจากด้านข้างโดยตรง โดยจุดอ่อนของวิงแบ็กญี่ปุ่นที่แม้จะเติมเกมรุกดีแต่เสียเปรียบด้านสรีระ ทำให้ต้านทานลูกกลางอากาศของบราซิลไม่ไหว นอกจากนี้ อันเชล็อตติยังตัดสินใจส่ง กาเบรียล มาร์ติเนลลี ปีกจากอาร์เซนอลลงสนาม ซึ่งในนามทีมชาติเขาถูกปรับมาเล่นในตำแหน่งกองกลาง และเป็นมาร์ติเนลลีที่แสดงความเยือกเย็นยิงประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ช่วยให้บราซิลพลิกกลับมาคว้าชัยได้อย่างเหลือเชื่อ
ในขณะที่ทางฝั่ง ฮาจิเมะ โมริยาสุ กุนซือญี่ปุ่น แม้จะวางแผนมาดีในช่วงต้นเกม แต่การตัดสินใจและการแก้เกมระหว่างการแข่งขันยังคงเป็นรองอันเชล็อตติอย่างเห็นได้ชัด ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดในนัดนี้คือ ทีมระดับโลกไม่ได้ต้องการเพียงแค่ขุมกำลังนักเตะที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังต้องการกุนซือที่มีประสบการณ์และกึ๋นทางแท็กติกที่เหนือชั้นด้วย
แม้ว่าทัพ "แซมบ้า" ในยุคนี้อาจจะมีขุมกำลังที่ไม่ได้อยู่ในจุดสูงสุดเหมือนเมื่อก่อนและมีนักเตะอายุเฉลี่ยค่อนข้างสูง แต่การเข้ามาของ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาลี ได้เข้ามาอุดช่องโหว่สำคัญในการจัดการทีม ทำให้บราซิลที่แม้จะไม่ได้มีพรสวรรค์ล้นเหลือเหมือนอดีต ยังคงเป็นหนึ่งในทีมเต็งจ๋าที่จะคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในครั้งนี้
จาก:ข่าวฮอต
โพสต์ฮอต
-
พรีวิวฟุตบอล ฟุตบอลโลก: บราซิล vs ญี่ปุ่น -
ทะลุรอบ 16 ทีม! โมร็อกโก แม่นเป้าดับ เนเธอร์แลนด์ ลิ่วดวล แคนาดา รอบหน้า -
เจ๊ากัน 90 นาที! เนเธอร์แลนด์ 1-1 โมร็อกโก ต่อเวลาพิเศษ กัคโป ยิงนำก่อน ดิออป ซัดตีเจ๊าท้ายเกม -
ตกรอบแบบน่าอับยศ! เกาหลีใต้สั่งเด้ง "ฮง มยอง-โบ" เซ่นฟอร์มบ๊วยเวิลด์คัพตกรอบแบ่งกลุ่ม -
ทะลุรอบ 16 ทีม! ฝรั่งเศส ถล่ม สวีเดน 3-0 ลิ่วชน ปารากวัย รอบต่อไป -
สรุป 32 ทีมบอลโลก! 6 ยักษ์ใหญ่ฉลุยตามนัด เกาหลีใต้-อิหร่านตกรอบเฮือกสุดท้าย



