กอดคอเข้ารอบ! ญี่ปุ่นเสมอสวีเดน 1-1 "อีลังก้า" ซัดไซด์โค้งสุดสวย ทัพซามูไรเตรียมดวลบราซิลรอบน็อคเอาท์
การแข่งขันฟุตบอลโลก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม F นัดที่สาม เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน เวลา 06:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ณ สนาม AT&T สเตเดี้ยม เป็นการพบกันระหว่าง ทีมชาติญี่ปุ่น และ ทีมชาติสวีเดน โดยก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นทำผลงานชนะ 1 เสมอ 1 ส่วนสวีเดนชนะ 1 แพ้ 1 ในช่วงครึ่งแรก ไดเซ็น มาเอดะ ถูกสกัดล้มลงในเขตโทษแต่ผู้ตัดสินไม่ว่าอะไร ด้านเคอิโตะ นากามูระ ได้จังหวะซัดลุ้นประตู ขณะที่อิซัค ไฮน์ ต้องเปลี่ยนตัวออกเนื่องจากอาการบาดเจ็บ จบครึ่งแรกเสมอกัน 0-0 ซึ่งหากจบด้วยสกอร์นี้ทั้งสองทีมจะจูงมือกันเข้ารอบทันที ส่วนในครึ่งหลัง ริตสึ โดอัน แอสซิสต์ให้ ไดเซ็น มาเอดะ ยิงให้ญี่ปุ่นขึ้นนำก่อน แต่แอนโธนี อีลังก้า มาซัดลูกยิงระดับโลกช่วยให้สวีเดนตีเสมอได้สำเร็จ จบเกมญี่ปุ่นเสมอสวีเดน 1-1 ส่งผลให้ญี่ปุ่นเข้ารอบเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มไปพบกับบราซิล ส่วนสวีเดนมี 4 คะแนน เข้ารอบในฐานะอันดับ 3 ของกลุ่มได้เช่นกัน
เหตุการณ์สำคัญในเกม
นาทีที่ 55 ญี่ปุ่นพังประตูขึ้นนำ! ริตสึ โดอัน ลากตัดจากฝั่งขวาเข้ากลางก่อนจ่ายถวายพานให้ ไดเซ็น มาเอดะ หลุดเข้าไปยิงจังหวะเดียวผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป ญี่ปุ่นออกนำสวีเดน 1-0 ↓
นาทีที่ 61 สวีเดนตามตีเสมอสำเร็จ! แอนโธนี อีลังก้า รับบอลบริเวณหัวกะโหลกฝั่งขวา ก่อนลากตัดเข้าในแล้วบรรจงปั่นไซด์โค้งระดับโลก บอลพุ่งเสียบเสาไกลผ่านมือ ไซอน ซูซูกิ เข้าไปอย่างงดงาม ญี่ปุ่นเสมอสวีเดน 1-1 ↓
จังหวะสำคัญอื่นๆ
นาทีที่ 5 ญี่ปุ่นได้โอกาสโต้กลับ ไดเซ็น มาเอดะ พาบอลกระชากเข้าเขตโทษทางฝั่งขวาแล้วถูก กุดมุนด์สัน สกัดล้มลง แต่ผู้ตัดสินไม่ได้เป่าให้เป็นจุดโทษ ↓
นาทีที่ 6 เบิร์นฮาร์ดสัน ลากตัดจากขวาเข้าในแล้วซัดเรียด แต่บอลเบาเกินไปเข้าซอง ไซอน ซูซูกิ รับไว้ได้สบาย ↓
นาทีที่ 21 ฮิโรกิ อิโตะ เปิดบอลจากสุดเส้นหลังฝั่งซ้ายเข้าเขตโทษให้ ไดเซ็น มาเอดะ ขึ้นโหม่งที่เสาแรกแต่บอลข้ามคานออกไป ↓
นาทีที่ 36 อิซัค ไฮน์ ได้รับบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว สวีเดนต้องส่ง ลูคัส เบิร์กวัลล์ ลงมาแทน ↓
นาทีที่ 39 ยูเซ สึกาวาระ ลองส่องไกลจากฝั่งขวา แต่บอลพุ่งตรงตัว ยาค็อบ เซตเตอร์สตรอม รับเอาไว้ได้ ↓
นาทีที่ 45 ไดเซ็น มาเอดะ พิงบอลในเขตโทษก่อนไหลคืนให้ เคอิโตะ นากามูระ กลับตัวซัดเน้นๆ แต่เซตเตอร์สตรอมโชว์ซูเปอร์เซฟปัดทิ้งไปได้ ↓
จบครึ่งแรกทดเวลาบาดเจ็บ 5 นาที ญี่ปุ่นยังเสมอสวีเดน 0-0
เริ่มครึ่งหลังนาทีที่ 47 อาโอะ ทานากะ ตัดบอลได้ในแดนกลางก่อนลองเสี่ยงส่องไกล แต่บอลโด่งข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย ↓
นาทีที่ 64 อเล็กซานเดอร์ อิซัค ซัดเต็มแรงบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ แต่ ไซอน ซูซูกิ บินเซฟเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ↓
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง 7 นาที ในนาทีที่ 92 สวีเดนได้ลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายเปิดเข้าเขตโทษ อิซัคได้โหม่งที่เสาแรกแต่ ไซอน ซูซูกิ ยังคงโชว์ความเหนียวหนึบเซฟไว้ได้อีกครั้ง ↓
จบเกม ญี่ปุ่นเสมอสวีเดน 1-1
รายชื่อผู้เล่นตัวจริงและการเปลี่ยนตัวของทั้งสองทีม
ญี่ปุ่น: 1-ไซอน ซูซูกิ, 2-ยูเซ สึกาวาระ, 4-โค อิตะคุระ (38' 3-โชโก ทานิกุจิ), 20-อายูมุ เซโกะ (75' 5-ยูโตะ นากาโตโมะ), 21-ฮิโรกิ อิโตะ, 7-อาโอะ ทานากะ, 15-ไดจิ คามาดะ, 10-ริตสึ โดอัน (65' 19-โคกิ โอกาวะ), 11-ไดเซ็น มาเอดะ, 13-เคอิโตะ นากามูระ (75' 16-สึโยชิ วาตานาเบะ), 18-อายาเสะ อูเอดะ (65' 14-จุนยะ อิโตะ)
สำรองที่ไม่ได้ลงสนาม: 12-เคอิสึเกะ โอซาโกะ, 23-ยูกิ ฮายากาวะ, 22-ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ, 25-จุนโนสุเกะ ซูซูกิ, 24-ไคชู ซาโนะ, 6-โชโตะ มาชิโนะ, 9-เคอิสุเกะ โกโตะ, 17-ยูอิโตะ ซูซูกิ, 26-เคนโตะ ชิโอบาอิ
สวีเดน: 1-ยาค็อบ วิดเดลล์ เซตเตอร์สตรอม, 2-กุสตาฟ ลากเกอร์บีลเก้, 3-วิคตอร์ ลินเดเลิฟ (87' 10-เบนจามิน นีกราน), 4-อิซัค ไฮน์ (36' 7-ลูคัส เบิร์กวัลล์), 5-กาเบรียล กุดมุนด์สัน (85' 15-คาร์ล สตาร์เฟลต์), 24-เอลเลียต สเตราด์ (75' 8-ดาเนียล สเวนส์สัน), 18-ยาซิน อายารี, 9-อเล็กซานเดอร์ อิซัค, 11-แอนโธนี อีลังก้า, 17-วิคตอร์ โยเคเรส, 21-โยอาคิม เบิร์นฮาร์ดสัน (75' 13-เคน เซมา)
สำรองที่ไม่ได้ลงสนาม: 12-วิคตอร์ โยฮันส์สัน, 23-คริสตอฟเฟอร์ นอร์ดเฟลด์ต, 14-เอลวิน เอ็คดัล, 20-เอริค สมิธ, 6-เฮอร์แมน โยฮันส์สัน, 16-เยสเปอร์ คาร์ลสตรอม, 19-มัทเทียส สวานเบิร์ก, 22-เบสฟอร์ต เซเนลี, 25-กุสตาฟ นิลส์สัน, 26-ตาฮา อาลี
จาก:ข่าวฮอต
โพสต์ฮอต
-
เม็กซิโก เค้นฟอร์มดุชนะรวด 3 นัด! ถล่ม เช็ก 3-0 ลิ่วรอบน็อกเอาต์ "โอชัว" ลงสำรองสร้างประวัติศาสตร์บอลโลก 6 สมัย -
พรีวิวฟุตบอล ฟุตบอลโลก: ปานามา vs อังกฤษ -
พรีวิวฟุตบอล ฟุตบอลโลก: นอร์เวย์ vs ฝรั่งเศส -
สเปนเฉือนอุรุกวัย 1-0 บาเอนาซัดทำมุสเลราซองแตก คาโนบิโอโดนใบแดง -
ถล่ม 5-0! เซเนกัล แชมป์แอฟริกา 2 สมัยฟอร์มดุ ครองบอล 66% สับไก 25 ครั้ง เขี่ย อิรัก ตกรอบ 3 นัดติด ทำ เกาหลีใต้ ร่อแร่ -
พลิกล็อก! แอฟริกาใต้ เฉือนชนะ เกาหลีใต้ 1-0 ทะลุเข้ารอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์



