Mobile
APP
 
 

Thscore> ข่าวฟุตบอล> ข่าวฮอต> ฟุตบอลโลก,กลุ่ม L,ทีมชาติกานา,...

ฟุตบอลโลก: อิลุนกี้ ซัดชัยนาที 95! กานา หืดจับเฉือน ปานามา 1-0 ประเดิม 3 แต้มแรก

ฟุตบอลโลก: อิลุนกี้ ซัดชัยนาที 95! กานา หืดจับเฉือน ปานามา 1-0 ประเดิม 3 แต้มแรก
วันที่ 18 มิถุนายน เวลา 06:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก กลุ่ม L เป็นการพบกันระหว่าง ทีมชาติกานา และ ทีมชาติปานามา ครึ่งแรกทั้งสองทีมแทบจะไม่มีโอกาสลุ้นทำประตูและยังเสมอกันอยู่ ครึ่งหลังกานาต้องเสียผู้รักษาประตูตัวจริงจากอาการบาดเจ็บ ทั้งสองทีมพลาดโอกาสทองไปหลายครั้ง จนกระทั่งช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+5 กานาได้จังหวะสวนกลับและเป็น อิลุนกี้ ที่ยิงจ่อๆ เข้าไป จบเกม กานา เอาชนะ ปานามา ไปได้อย่างหวุดหวิด 1-0 ประเดิม 3 แต้มแรกในรอบแบ่งกลุ่มได้สำเร็จ!

นาทีที่ 1 ปานามาเปิดฉากบุกก่อน วอเตอร์แมน รับบอลโยนจากเพื่อนร่วมทีมบริเวณกลางกรอบเขตโทษ ก่อนยิงจังหวะเดียวแต่ติดเซฟ นาทีที่ 5 ปานามาโยนบอลเข้าเขตโทษอีกครั้ง มาร์ติเนซ ปะทะกับผู้รักษาประตูจนล้มลง แต่ผู้ตัดสินปฏิเสธที่จะให้จุดโทษ ทางฝั่งทีมชาติกานาที่ดูเหมือนจะอุดมไปด้วยผู้เล่นระดับดาวดัง กลับต้องประสบปัญหาในการคุมเกมแดนกลาง เนื่องจาก โธมัส ปาร์เตย์ ถูกปฏิเสธการเข้าประเทศ และ โมฮัมเหม็ด คูดุส มีอาการบาดเจ็บพลาดลงสนาม ทำให้ช่วง 20 นาทีแรก ปานามาเป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่า จนถึงช่วงพักดื่มน้ำในนาทีที่ 23 สถิติโอกาสการทำประตู กานาเป็นรองปานามาอยู่ที่ 0-2

หลังช่วงพักดื่มน้ำ ปานามาสร้างโอกาสลุ้นประตูได้ดีหลายครั้ง นาทีที่ 37 มาร์ติเนซ เปิดบอลจากฝั่งขวา ผู้รักษาประตูกานาปัดออกมาเข้าทาง จิโอวานนี่ รามอส ได้สับไกยิงไกลแต่บอลเหินข้ามคาน นาทีที่ 39 ปานามาวางบอลยาวเข้าเขตโทษ มาร์ติเนซ สอดขึ้นมาทางขวาหลุดเดี่ยว แต่ อาติ-ซิกิ ผู้รักษาประตูกานาออกมาเคลียร์บอลทิ้งไปได้หวุดหวิด นาทีที่ 41 อาติ-ซิกิ ที่ออกมาช่วยเซฟหลายครั้งเริ่มมีอาการบาดเจ็บ ทีมแพทย์ต้องลงมาดูอาการ นาทีที่ 44 กานาได้สวนกลับ เซนาย่า รับบอลจากเพื่อนก่อนลองส่องไกลบริเวณกลางสนาม แต่บอลหลุดกรอบออกไปไกล

จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมเสมอกัน 0-0 แต่จากรูปเกม กานาตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด โดยมีเปอร์เซ็นต์ครองบอลเพียง 34% และมีโอกาสยิงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น

เริ่มครึ่งหลัง กานาต้องเปลี่ยนตัวแบบจำใจ โดยส่ง เบนจามิน อซาเร่ ผู้รักษาประตูมือสองลงมาแทน อาติ-ซิกิ ที่เล่นต่อไม่ไหว

นาทีที่ 47 ซูเลมาน่า เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้าเขตโทษ อัดเจอี เซ็นเตอร์ฮาล์ฟร่างโย่งโฉบมาโหม่งแต่ยังติดเซฟ นาทีที่ 49 กานาวางบอลยาวจากแดนหลัง อิลุนกี้ สอดขึ้นมาทางขวาของกรอบเขตโทษก่อนซัดเต็มข้อแต่บอลพุ่งหลุดกรอบ นาทีที่ 59 ปานามาตัดบอลได้ในแดนหน้า มาร์ติเนซ เก็บบอลได้ก่อนทะลุเข้าเขตโทษฝั่งขวา แล้วตะบันเต็มแรงแต่บอลพุ่งเข้าข้างตาข่าย

นาทีที่ 64 อาซานเต้ ลากบอลมาทางขวาก่อนตบเข้ากลาง จอร์แดน อายิว พุ่งเข้าสไลด์ชาร์จตรงกลางประตู แต่บอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว นาทีที่ 66 เซเมนโย่ รับบอลในเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนฝืนยิงด้วยซ้ายแต่ถูกบล็อกเอาไว้ นาทีที่ 67 ปานามาสวนกลับเร็ว จิโอวานนี่ รามอส ได้โอกาสส่องไกลจากหน้ากรอบเขตโทษแต่บอลไม่ตรงกรอบ

นาทีที่ 70 เซเมนโย่ สอดมารับบอลในเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนยิงเลียดติดเซฟ นาทีที่ 72 กานาได้ฟรีคิก อัดเจอี โหม่งกดลงพื้นแต่บอลหลุดกรอบไปนิดเดียว นาทีที่ 86 มูริลโล่ ทะลุเข้าเขตโทษก่อนจ่ายหักข้อคืนหลังให้ บาร์เซนาส วิ่งมายิงจากหน้ากรอบเขตโทษแต่บอลเหินข้ามคาน นาทีที่ 88 เซเมนโย่ จ่ายบอลทะลุช่องให้ อาซานเต้ หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงแต่ยังไม่ผ่านมือผู้รักษาประตู

นาทีที่ 90+5 กานามาได้ประตูชัย! อาซานเต้ กระชากบอลขึ้นมาทางกราบซ้ายก่อนผ่านบอลเลียดเข้ากลาง ผู้รักษาประตูพุ่งล้มตัวรับบอลพลาดหลุดมือ อิลุนกี้ ที่วิ่งเติมขึ้นมาจัดการส่งบอลซุกก้นตาข่ายโล่งๆ กานา ขึ้นนำ 1-0!

นาทีที่ 90+7 ปานามาได้ลูกเตะมุมส่งท้าย มอสเกร่า ผู้รักษาประตูของทีมดันขึ้นมาลุ้นทำประตูในเขตโทษคู่แข่ง และโหม่งเช็ดจังหวะแรกได้ เพื่อนร่วมทีมตามซ้ำแต่ไปติดเซฟ หลังพลาดโอกาสตีเสมอ ผู้เล่นปานามามีปัญหากระทบกระทั่งกับผู้เล่นกานา ผู้ตัดสินต้องเข้ามาห้ามทัพและแจกใบเหลืองให้ คาร์ลอส ฮาร์วีย์

จบเกม กานา เอาชนะ ปานามา ไปได้อย่างสุดระทึก 1-0!

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม:
กานา (4-4-1-1):
1-อาติ-ซิกิ (นาทีที่ 46, 16-อซาเร่)
14-เมนซาห์, 4-อัดเจอี, 18-โอโปคู, 26-เซนาย่า
11-เซเมนโย่, 3-อิลุนกี้, 15-โอวูซู (นาทีที่ 78, 8-ซิโบ), 24-นูอามาห์ (นาทีที่ 58, 10-อาซานเต้)
22-ซูเลมาน่า (นาทีที่ 58, 7-ฟาตาอู)
9-จอร์แดน อายิว (นาทีที่ 87, 25-ปรินซ์ อาดู)

ปานามา (3-4-3):
22-มอสเกร่า
3-โฆเซ่ กอร์โดบ้า, 13-จิโอวานนี่ รามอส, 16-อันดราเด้
2-แบล็คแมน (นาทีที่ 90, 20-โกดอย), 14-คาร์ลอส ฮาร์วีย์, 11-บาร์เซนาส, 23-มูริลโล่
6-คริสเตียน มาร์ติเนซ (นาทีที่ 63, 24-ลอนโดนโญ่), 7-หลุยส์ โรดริเกซ (นาทีที่ 74, 10-อิสมาเอล ดิอาซ), 18-วอเตอร์แมน (นาทีที่ 63, 17-ฟาฮาร์โด้)
Copyright © 2026 Powered By Thscore All Rights Reserved.