ดาร์วิน นูนเญซ จ่อหวนซบลิเวอร์พูลแบบฟรีเอเยนต์สุดช็อก
นูนเญซ เพิ่งย้ายจากลิเวอร์พูลไปร่วมทีม อัล ฮิลาล ด้วยค่าตัวสูงถึง 46 ล้านปอนด์เมื่อช่วงหน้าร้อนปีที่แล้ว ทว่าสถานการณ์ของเขาในตะวันออกกลางกลับไม่สู้ดีนัก เมื่อเขาถูกถอดชื่อออกจากทีมลุยศึกฟุตบอลลีกในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากที่ต้นสังกัดเซ็นสัญญาคว้าตัว คาริม เบนเซม่า กองหน้าชาวฝรั่งเศสมาร่วมทัพ ทำให้เส้นทางการค้าแข้งของเขาในซาอุดีอาระเบียแทบจะปิดฉากลงทั้งที่เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นาน
ล่าสุด มาร์ติน ชาร์เกโร่ ผู้สื่อข่าวสายกีฬาชื่อดังได้ออกมารายงานความคืบหน้าของดีลนี้ว่า "จับตาดูให้ดี ดาร์วิน นูนเญซ จะย้ายกลับสู่ลิเวอร์พูล โดยการยืนยันอย่างเป็นทางการจะยังไม่เกิดขึ้นในช่วงนี้ เนื่องจากตัวนักเตะได้ร้องขอให้เขาได้มีสมาธิกับการรับใช้ทีมชาติอุรุกวัยในเวลานี้ก่อน"
ย้อนกลับไปในอดีต เจอร์เกน คล็อปป์ อดีตกุนซือลิเวอร์พูล เคยทุบคลังดึงตัวกองหน้าชาวอุรุกวัยรายนี้มาจาก เบนฟิก้า สโมสรยักษ์ใหญ่ในลีกโปรตุเกส ด้วยค่าตัวเริ่มต้น 64 ล้านปอนด์ และมีโอกาสเพิ่มขึ้นสูงถึง 84 ล้านปอนด์ตามเงื่อนไขต่างๆ ทว่าหลังจากผ่านไป 4 ปี ลิเวอร์พูลกำลังมีโอกาสทองในการคว้าตัวเขากลับมาร่วมทัพแบบฟรีๆ ในวัย 27 ปี (ซึ่งเขาจะมีอายุครบ 27 ปีเต็มในวันที่ 24 มิถุนายนนี้) ซึ่งเป็นช่วงอายุที่กำลังอยู่ในช่วงพีคของการค้าแข้ง ทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูลจำนวนมากต่างพากันแสดงความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดีย เรียกร้องให้สโมสรรีบดึงตัวดาวยิงขวัญใจรายนี้กลับมาล่าตาข่ายในถิ่นแอนฟิลด์อีกครั้ง
ในช่วงที่ค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หนแรก นูนเญซ ฝากสถิติทำไป 25 ประตู กับอีก 16 แอสซิสต์ ทว่าจุดอ่อนที่ทำให้เขาโดนวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ่อยครั้งคือความไม่เด็ดขาดในจังหวะจบสกอร์ จนเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาต้องโบกมือลาทีมไปในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม การได้ตัวกองหน้าระดับนี้กลับมาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว ถือเป็นดีลที่ยากปฏิเสธและน่าจับตามองอย่างยิ่งในซัมเมอร์นี้
จาก:ข่าวฮอต
โพสต์ฮอต
-
พรีวิวฟุตบอล ฟุตบอลโลก: โปรตุเกส vs อุซเบกิสถาน -
จบครึ่งแรก! ฝรั่งเศส นำ อิรัก 1-0 เอ็มบัปเป้ยิงไกลสุดสวย -
ไลน์อัพฝรั่งเศส VS อิรัก: เอ็มบัปเป้ นำทัพฉลองนัดที่ 100! เดมเบเล่-โอลิเซ่ สตาร์ทตัวจริง -
"เอนโซ" ปลื้มบทบาทจอมทัพ ชี้ทัพ "ฟ้าขาว" พัฒนาขึ้นกว่าชุดแชมป์โลก 2022 -
โคลอมเบียเฉือนดีอาร์ คองโก 1-0 ตีตั๋วลิ่วรอบน็อคเอาท์ฟุตบอลโลก 2026 ล่วงหน้า -
ซาลาห์ยิง 1 จ่าย 1! อียิปต์รัวแซงนิวซีแลนด์ 3-1 ผงาดนำจ่าฝูง พร้อมคว้าชัยแรกในประวัติศาสตร์บอลโลก



