สื่อผู้ดีซูฮก! "ญี่ปุ่น" คือต้นแบบที่อังกฤษอยากเป็น ลุ้นสร้างปาฏิหาริย์ซัมเมอร์นี้
สถานะการเป็นทีมม้ามืดของญี่ปุ่นเริ่มไม่ใช่ความลับในวงการฟุตบอลระดับโลกอีกต่อไป ทีมภายใต้การคุมทัพของ ฮาจิเมะ โมริยาสุ กลายเป็นทีมแรกที่ตีตั๋วไปฟุตบอลโลกเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว พร้อมสถิติถล่มประตูไปถึง 51 ลูกจากการลงเล่นรอบคัดเลือก 16 นัด และปราชัยไปเพียงนัดเดียวเท่านั้น
แนวรุกของทีมเต็มไปด้วยผู้เล่นฝีเท้าฉกาจ โดยเฉพาะ คาโอรุ มิโตมะ ผู้ทำประตูชัยในเกมนี้ ซึ่งเคยสร้างความปั่นป่วนให้ เบน ไวท์ มาแล้วในเกมที่ไบรท์ตันบุกไปเสมออาร์เซนอล 1-1 ที่เอมิเรตส์ สเตเดียม เมื่อเดือนสิงหาคม 2024 และในนัดนี้เขาก็ได้ดวลกับกองหลังรายเดิมอย่างสุดมันอีกครั้ง
นอกจากนี้ยังมีสตาร์ดังอย่าง ริตสึ โดอัน ปีกจากไฟร์บวร์ก และ อายาเสะ อูเอดะ กองหน้าจากเฟเยนูร์ดที่ซัดไปแล้ว 23 ประตูในทุกรายการฤดูกาลนี้ ขณะที่ ไดจิ คามาดะ จอมทัพจากคริสตัล พาเลซ ยังคงทำหน้าที่คุมจังหวะเกมบุกได้อย่างยอดเยี่ยม
เคโตะ นากามูระ ดาวเตะจากแร็งส์ ก็เป็นอีกคนที่สร้างปัญหาอย่างมากให้กับแนวรับอังกฤษในเกมนี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าทำไมลิเวอร์พูลถึงเคยสนใจคว้าตัวเขาจากแอลเอเอสเค ลินซ์ ในออสเตรียเมื่อปี 2023
สิ่งที่น่าสนใจคือ ในเกมที่พบกับอังกฤษนัดนี้ ญี่ปุ่นยังขาดผู้เล่นตัวหลักที่มีประสบการณ์ถึง 3 ราย ได้แก่ ทาเคฟุสะ คุโบะ จากเรอัล โซเซียดาด, ทาคุมิ มินามิโนะ อดีตแนวรุกลิเวอร์พูล และ ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ อดีตกองหลังอาร์เซนอล
มินามิโนะ ประสบปัญหาเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาดกับโมนาโกเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าจะหายทันไปฟุตบอลโลกหรือไม่ ส่วนโทมิยาสุอยู่ระหว่างการเรียกฟิตกับอาแจ็กซ์หลังจากเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่าครั้งใหญ่ถึงสองครั้ง
อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นยังคงเต็มไปด้วยทรัพยากรผู้เล่นที่มีคุณภาพ ผลงานที่เคยช็อกโลกด้วยการเอาชนะทั้งสเปนและเยอรมนีในรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกที่กาตาร์ ยิ่งทำให้พวกเขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยม
ในปี 2022 พวกเขาต้องตกรอบด้วยการแพ้จุดโทษต่อโครเอเชีย แต่การเล่นที่กล้าหาญและเปิดเกมบุกเข้าใส่ทีมเต็งอย่างอังกฤษที่สนามเวมบลีย์ในครั้งนี้ เป็นข้อพิสูจน์ชั้นดีว่าพวกเขาตั้งเป้าที่จะคว้าชัยชนะในเกมเปิดสนามกลุ่มเอฟที่จะพบกับเนเธอร์แลนด์อย่างแน่นอน
ปัจจุบันทัพซามูไรบลูรั้งอันดับ 18 ของโลก โดยบริษัทรับพนันถูกกฎหมายตั้งราคาต่อรองในการคว้าแชมป์ไว้ที่ 80/1 เพื่อลุ้นสร้างปาฏิหาริย์ในอเมริกาเหนือและกลายเป็นทีมจากเอเชียทีมแรกที่ก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์โลก ซึ่งหลังจากจบเกมคืนนี้ คาดว่าราคาต่อรองดังกล่าวน่าจะถูกปรับลดลงอย่างมาก
สำหรับอังกฤษ ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนที่น่าตื่นตัว เพราะญี่ปุ่นได้แสดงให้เห็นถึงรูปแบบทีมที่อังกฤษอยากจะเป็น นั่นคือทีมที่มีความสามัคคี มีพลัง และมีเป้าหมายในการเล่นเกมรุกที่ชัดเจน
ยังโชคดีที่เกมนี้อังกฤษขาดผู้เล่นตัวหลักหลายราย ไม่ว่าจะเป็นกัปตันทีม แฮร์รี่ เคน, ไรซ์, ซาก้า, เบลลิงแฮม และ รีซ เจมส์
ในขณะที่เหล่านักเตะอังกฤษเดินขอบคุณแฟนบอลรอบสนาม พวกเขาอาจสังเกตเห็นว่าแฟนบอลส่วนใหญ่ได้เดินทางออกจากสนามไปเกือบหมดแล้ว
ตรงกันข้ามกับกองทัพแฟนบอลญี่ปุ่นที่เปี่ยมไปด้วยพลังและเริ่มมีความฝันที่ยิ่งใหญ่ หลังสิ้นเสียงนกหวีดจบเกม พวกเขาได้ร่วมฉลองช่วงเวลาสุดประทับใจกับเหล่าฮีโร่ในมุมหนึ่งของสนามเวมบลีย์ และใครจะกล้าปฏิเสธว่า ภาพเหล่านี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูร้อนที่แสนพิเศษที่กำลังจะมาถึง
โพสต์ฮอต
-
พรีวิวฟุตบอล เซเรียอา อิตาลี: อินเตอร์ มิลาน vs เอเอส โรม่า -
พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก: เรอัล มาดริด vs บาเยิร์น มิวนิค -
พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก: ปารีส แซงต์ แชร์กแมง vs ลิเวอร์พูล -
พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่ายูโรปาลีก: สปอร์ติ้ง บราก้า vs เรอัล เบติส -
ฟาน ไดจ์ค รับหงส์ถอดใจเกมพ่ายเรือใบ ย้ำต้องสู้ต่อดวลเปแอสเช -
พรีวิวฟุตบอล อีเอฟแอลแชมเปียนชิป: เร็กซ์แฮม vs เซาแธมป์ตัน



