เจ้าภาพเฮสนั่น "เยอรมนี" เชือด "เดนมาร์ก" ทะยานรอบ 8 ทีม ยูโร 2024
"อินทรีเหล็ก" ทีมชาติเยอรมนี เอาชนะ เดนมาร์ก ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูโร 2024 ได้สำเร็จ
การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 รอบ 16 ทีม ประจำวันเสาร์ที่ 29 มิ.ย. 67 ที่สนามซิกนัล อิดูนา พาร์ค ในเมืองดอร์ทมุนด์ "อินทรีเหล็ก" ทีมชาติเยอรมนี เจ้าภาพ พบกับ "โคนม" ทีมชาติเดนมาร์ก
เปิดฉากครึ่งแรกมา 5 นาที เยอรมนี เกือบขึ้นนำเมื่อ โทนี โครส เปิดลูกเตะมุมให้ นิโก ชล็อตเตอร์เบ็ค โหม่งเข้าไป แต่ โยชัว คิมมิช ไปทำฟาวล์ใส่ อันเดรียส สคอฟ โอลเซน ก่อน ทำให้ไม่ได้ประตู
จากนั้นนาทีที่ 35 ไมเคิล โอลิเวอร์ เป่าหยุดเกมชั่วคราวเนื่องจากปัญหาสภาพอากาศฝนตกและฟ้าผ่า ก่อนจะกลับมาแข่งขันกันต่อ และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 0-0
กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 50 เดนมาร์ก เกือบได้เฮเมื่อ โยอาคิม แอนเดอร์เซน ยิงเข้าไป แต่ VAR เช็กว่า โธมัส เดลานีย์ ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว
จากนั้นนาทีที่ 53 เยอรมนี ได้จุดโทษจากจังหวะที่ โยอาคิม แอนเดอร์เซน ผู้เล่นเดนมาร์กทำแฮนด์บอล และเป็น ไค ฮาเวิร์ตซ์ รับหน้าที่สังหารไม่พลาด พา เยอรมนี ขึ้นนำ 1-0
นาทีที่ 68 เยอรมนี หนีเป็น 2-0 จากจังหวะตะบันด้วยขวาของ จามาล มูเซียลา
ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม เยอรมนี ชนะ เดนมาร์ก 2-0 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีม ไปรอเจอผู้ชนะระหว่าง จอร์เจีย กับ สเปน ต่อไป
รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม
เยอรมนี: มานูเอล นอยเออร์ (GK), อันโตนิโอ รูดิเกอร์, ดาวิด เราม์, โยชัว คิมมิช, โรเบิร์ต อันดริช, นิโก ชล็อตเตอร์เบค, โทนี โครส, อิลคาย กุนโดกัน, จามาล มูเซียลา, เลรอย ซาเน, ไค ฮาเวิร์ตซ์
เดนมาร์ก: แคสเปอร์ ชไมเคิล (GK), โยอาคิม แอนเดอร์เซน, ยานนิค เวสเตอร์การ์ด, โยอาคิม เมห์เล, อันเดรียส คริสเตนเซน, โธมัส เดลานีย์, ปิแอร์ เอมิล ฮอยจ์เบิร์ก, อเล็กซานเดอร์ บาห์, อันเดรียส สคอฟ โอลเซน, คริสเตียน อีริคเซน, ราสมุส ฮอยลุนด์
ขอบคุณแหล่งข่าวจาก thairath
เปิดฉากครึ่งแรกมา 5 นาที เยอรมนี เกือบขึ้นนำเมื่อ โทนี โครส เปิดลูกเตะมุมให้ นิโก ชล็อตเตอร์เบ็ค โหม่งเข้าไป แต่ โยชัว คิมมิช ไปทำฟาวล์ใส่ อันเดรียส สคอฟ โอลเซน ก่อน ทำให้ไม่ได้ประตู
จากนั้นนาทีที่ 35 ไมเคิล โอลิเวอร์ เป่าหยุดเกมชั่วคราวเนื่องจากปัญหาสภาพอากาศฝนตกและฟ้าผ่า ก่อนจะกลับมาแข่งขันกันต่อ และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 0-0
กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 50 เดนมาร์ก เกือบได้เฮเมื่อ โยอาคิม แอนเดอร์เซน ยิงเข้าไป แต่ VAR เช็กว่า โธมัส เดลานีย์ ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว
จากนั้นนาทีที่ 53 เยอรมนี ได้จุดโทษจากจังหวะที่ โยอาคิม แอนเดอร์เซน ผู้เล่นเดนมาร์กทำแฮนด์บอล และเป็น ไค ฮาเวิร์ตซ์ รับหน้าที่สังหารไม่พลาด พา เยอรมนี ขึ้นนำ 1-0
นาทีที่ 68 เยอรมนี หนีเป็น 2-0 จากจังหวะตะบันด้วยขวาของ จามาล มูเซียลา
ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม เยอรมนี ชนะ เดนมาร์ก 2-0 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีม ไปรอเจอผู้ชนะระหว่าง จอร์เจีย กับ สเปน ต่อไป
รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม
เยอรมนี: มานูเอล นอยเออร์ (GK), อันโตนิโอ รูดิเกอร์, ดาวิด เราม์, โยชัว คิมมิช, โรเบิร์ต อันดริช, นิโก ชล็อตเตอร์เบค, โทนี โครส, อิลคาย กุนโดกัน, จามาล มูเซียลา, เลรอย ซาเน, ไค ฮาเวิร์ตซ์
เดนมาร์ก: แคสเปอร์ ชไมเคิล (GK), โยอาคิม แอนเดอร์เซน, ยานนิค เวสเตอร์การ์ด, โยอาคิม เมห์เล, อันเดรียส คริสเตนเซน, โธมัส เดลานีย์, ปิแอร์ เอมิล ฮอยจ์เบิร์ก, อเล็กซานเดอร์ บาห์, อันเดรียส สคอฟ โอลเซน, คริสเตียน อีริคเซน, ราสมุส ฮอยลุนด์
ขอบคุณแหล่งข่าวจาก thairath
โพสต์ฮอต
-
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ -
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก: แอสตัน วิลล่า vs ลิเวอร์พูล -
พรีวิวฟุตบอล เอฟเอคัพ: เชลซี vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ -
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: อาร์เซน่อล vs เบิร์นลี่ย์ -
เอฟเอคัพ - เชลซี 0-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ -
วิลล่าดับซ่าลิเวอร์พูล 4-2! "โซโบ" พลาดลื่นทำเสียประตู วิลล่าการันตีจบท็อป 5



