ความพ่ายแพ้ของ ลิเวอร์พูล ต่อ อาร์เซน่อล สู่การลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก สุดเปิดกว้าง
ความพ่ายแพ้ของ ลิเวอร์พูล ต่อ อาร์เซน่อล ในศึก พรีเมียร์ลีก ที่ผ่านมา สู่การลุ้นแชมป์ที่เปิดกว้างยิ่งขึ้น หลังคะแนนห่างเพียง 2 คะแนนเท่านั้น
วันที่ 4 ก.พ. 2024 ติดตามควันหลงการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2023/24 ในเกมที่ อาร์เซน่อล เปิดบ้านเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปด้วยสกอร์ 3-1 ในคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
โดยในการปราชัยในครั้งนี้ส่งผลให้ การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนี้ เปิดกว่างขึ้นในทันที หลังทัพปืนใหญ่สามารถคว้า 3 คะแนนสำคัญพาทีมตามหลังลิเวอร์พูล เหลือเพียง 2 คะแนนเท่านั้น
ในขณะนี้ ลิเวอร์พูล มีอยู่ 51 คะแนนจากการลงเล่น 23 นัด ตามมาด้วย อาร์เซน่อล มีอยู่ 49 คะแนน และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีอยู่ 46 คะแนนและลงแข่งน้อยกว่า 2 นัด แสดงว่าถ้าทัพเรือใบสีฟ้าสามารถคว้าชัยชนะทั้งสองเกมที่เหลือ พวกเขาจะแซงขึ้นนำเป็นจ่าฝูงในทันที
อย่างไรก็ตามสิ่งที่แฟนๆเครื่องจักรสีแดงเป็นกังวลมากกว่าเป็นฟอร์มการเล่นของทีมมากกว่า ซึ่งในเกมล่าสุดพวกเขาทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังสุด แดนกลางไม่สามารถสู้ทีมเยือนได้เลยทั้ง แม็ค อัลลิสเตอร์, โจนส์ โดยเฉพาะ ไรอัน กราเฟนแบร์ก ที่แทบไร้ตันตนเลยทีเดียว
รวมไปถึง อลีสซง เบ็คเกอร์ และ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ขั้นสุด และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมต้องพวกับความพ่ายแพ้ในเกมนี้
ซึ่งความพ่ายแพ้ในครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทีมก็เป็นได้ โดยทีมอาจจะกลับมาระเบิดฟอร์มโหดอีกครั้งเหมือนที่กลับไม่แพ้ใคร 15 นัดติดต่อกัน หรือทีมจะเสียโมเมนตัม ฟอร์มหลุดและพบความพ่ายแพ้อย่างต่อเนื่องก็เป็นได้
จาก thethaiger
โดยในการปราชัยในครั้งนี้ส่งผลให้ การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนี้ เปิดกว่างขึ้นในทันที หลังทัพปืนใหญ่สามารถคว้า 3 คะแนนสำคัญพาทีมตามหลังลิเวอร์พูล เหลือเพียง 2 คะแนนเท่านั้น
ในขณะนี้ ลิเวอร์พูล มีอยู่ 51 คะแนนจากการลงเล่น 23 นัด ตามมาด้วย อาร์เซน่อล มีอยู่ 49 คะแนน และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีอยู่ 46 คะแนนและลงแข่งน้อยกว่า 2 นัด แสดงว่าถ้าทัพเรือใบสีฟ้าสามารถคว้าชัยชนะทั้งสองเกมที่เหลือ พวกเขาจะแซงขึ้นนำเป็นจ่าฝูงในทันที
อย่างไรก็ตามสิ่งที่แฟนๆเครื่องจักรสีแดงเป็นกังวลมากกว่าเป็นฟอร์มการเล่นของทีมมากกว่า ซึ่งในเกมล่าสุดพวกเขาทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังสุด แดนกลางไม่สามารถสู้ทีมเยือนได้เลยทั้ง แม็ค อัลลิสเตอร์, โจนส์ โดยเฉพาะ ไรอัน กราเฟนแบร์ก ที่แทบไร้ตันตนเลยทีเดียว
รวมไปถึง อลีสซง เบ็คเกอร์ และ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ขั้นสุด และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมต้องพวกับความพ่ายแพ้ในเกมนี้
ซึ่งความพ่ายแพ้ในครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทีมก็เป็นได้ โดยทีมอาจจะกลับมาระเบิดฟอร์มโหดอีกครั้งเหมือนที่กลับไม่แพ้ใคร 15 นัดติดต่อกัน หรือทีมจะเสียโมเมนตัม ฟอร์มหลุดและพบความพ่ายแพ้อย่างต่อเนื่องก็เป็นได้
จาก thethaiger
โพสต์ฮอต
-
พรีวิวฟุตบอล ฟุตบอลโลก: บราซิล vs ญี่ปุ่น -
ทะลุรอบ 16 ทีม! โมร็อกโก แม่นเป้าดับ เนเธอร์แลนด์ ลิ่วดวล แคนาดา รอบหน้า -
เจ๊ากัน 90 นาที! เนเธอร์แลนด์ 1-1 โมร็อกโก ต่อเวลาพิเศษ กัคโป ยิงนำก่อน ดิออป ซัดตีเจ๊าท้ายเกม -
ตกรอบแบบน่าอับยศ! เกาหลีใต้สั่งเด้ง "ฮง มยอง-โบ" เซ่นฟอร์มบ๊วยเวิลด์คัพตกรอบแบ่งกลุ่ม -
ทะลุรอบ 16 ทีม! ฝรั่งเศส ถล่ม สวีเดน 3-0 ลิ่วชน ปารากวัย รอบต่อไป -
สรุป 32 ทีมบอลโลก! 6 ยักษ์ใหญ่ฉลุยตามนัด เกาหลีใต้-อิหร่านตกรอบเฮือกสุดท้าย



