ตัดเกรดนักเตะ ลิเวอร์พูล และ เชลซี เกม พรีเมียร์ลีก นัดหงส์คลั่ง ระเบิดพลังกราดยิงสิงห์ยับ 4-1 : Player Ratings

ยอร์เย่ เปโตรวิช - 7 - เป็นเกมงานชุกอย่างที่คาดไว้ เซฟลูกซัดเหน่งๆ ของ นูนเยซ ในนาทีที่ 8 ต่อด้วยนาที 18 กับเจ้าเดิม ที่ต้องล้มตัวปัดไปชนเสาหวุดหวิด แต่กับจังหวะลากเดี่ยวของ ดีโอโก้ โชต้า น.23 ก็ช่วยไว้ไม่ได้เมื่อจ่อเกินไป เท่ากับเกมนี้แม้จะเซฟเยอะถึง 9 ครั้ง แต่ยังไม่วายเสีย 4 ประตู
เบน ชิลเวลล์ - 4 - มีครึ่งแรกที่แย่มาก กระชากเข้าไปร่วงในเขตโทษ น.35 แต่โดนผู้ตัดสินจับว่าไต๋พุ่งล้ม จนโดนเหลืองไปแทน จากนั้นอีกไม่กี่นาทีให้หลังก็วิ่งชนกับ โชต้า จนล้มลงไปในแดนตัวเอง เปิดพื้นที่ให้ คอนเนอร์ แบร๊ดลี่ย์ ลุยเข้ายิง 2-0 โล่งๆ ทำให้ครึ่งหลังถูกถอดทิ้งทันที
ติอาโก้ ซิลวา - 4 - พลาดหนักกับการเสียเหลี่ยมโดน ดีโอโก้ โชต้า กระชากผ่านตรงๆ เข้าไปเปิดสกอร์นำ 1-0 และในทุกประตูก็ล้วนแต่มีส่วนต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น รวมถึงตลอดเกมก็ตามจับ ดาร์วิน นูนเยซ ไม่ได้เลย
เบอนัวต์ บาเดียชิล - 3 - เช่นเดียวกับ ติอาโก้ ซิลวา ที่ปิดเกมทะลุทะลวงของ โชต้า ไม่สำเร็จจนเสียประตูแรก และยิ่งหนักไปอีกกับการเสียท่ายืดขาเหยียบ โชต้า ล้มลงก่อนหมดครึ่งแรกจนเสียจุดโทษ ก่อนที่ครึ่งหลังจะถูกถ่างออกมายืนแบ็กซ้ายแทน ชิลเวลล์ แต่ก็ไม่วายเงื้อง่าราคาแพงจนโดน หลุยส์ ดิอาซ สอดจากข้างหลังมาบวกสกอร์ 4-1
อักเซล ดิซาซี่ - 5 - ออกสตาร์ทที่แบ็กขวาอีกครั้ง เท่ากับต้องเผชิญหน้ากับ หลุยส์ ดิอาซ โดยตรง และแม้จะไม่มีความผิดพลาดส่วนตัว แต่ก็ช่วยไม่ได้กับการเสีย 2 ลูกในครึ่งแรก จากนั้นครึ่งหลังถูกหุบเข้าไปยืนเซนเตอร์แบ็กคู่ ติอาโก้ ซิลวา ก็ช่วยไม่ได้เช่นกันกับการเสียเพิ่มอีก 2 ประตู
มอยเซส ไคเซโด้ - 5 - โดนใบเหลืองเร็วจัดในเพียงนาทีที่ 11 จังหวะพัวพันตัดเกม หลุยส์ ดิอาซ ทำให้ต้องระมัดระวังตัวมากทีเดียวกับตลอดช่วงเวลาที่เหลือ และแม้จะมีจังหวะเติมเกมสวยๆ บ้าง แต่ในที่สุดก็โดนถอดออก เล่นไม่ครบเกม
เอ็นโซ เฟร์นานเดซ - 6 - ต้องเจองานหนักเช่นเดียวกับคู่กลางอย่าง ไคเซโด้ ในการพยายามวิ่งไล่ตัดเกมตรงกลาง ซึ่งก็โดนเหลืองไปเช่นกันในนาที 33 จากนั้นกลายเป็นคนเดียวของ เชลซี ที่ได้โอกาสสับไกยิงในครึ่งแรก จังหวะส่องไกลเข้ามือ อลิสซอน ไม่ลำบาก ส่วนครึ่งหลังช่วยอะไรไม่ได้
ราฮีม สเตอร์ลิ่ง - 5 - ออกสตาร์ทที่ปีกซ้าย แต่ไม่มีประโยชน์กับการยืนลอยสูงเพื่อรอเล่นเกมสวนกลับในช่วงต้น เมื่อ ลิเวอร์พูล เสียบอลยาก จนยังไม่ทันทำอะไรก็หมดครึ่งแรกตามหลัง 2 ลูก ส่วนครึ่งหลังเมื่อเปลี่ยนฝั่งมาขึ้นทางขวา ได้เล่นบอลมากขึ้นก็จริง แต่ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
คอนเนอร์ กัลลาเกอร์ - 5 - สบโอกาสทะลุเข้าไปโดนตัดเกมในจุดอันตรายตั้งแต่ 5 นาทีแรก โชคร้ายที่ไม่เป็นจุดโทษ ภาพรวมถือว่ามีส่วนร่วมกับเกมพอสมควร แต่ทำอะไรไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอัน และเป็นหนึ่งในสามที่ถูกเปลี่ยนออกเมื่อเริ่มต้นครึ่งหลัง
โนนี่ มาดูเอเก้ - 4 - ได้ออกสตาร์ทต่อเนื่องจากนัดก่อน โดยพยายามถอยลงช่วยเกมรับเหมือนกันในครึ่งแรก แต่หน้าที่หลักอย่างเกมรุกถือว่าบอดสนิท ไม่ผ่าน โจ โกเมซ เลย จนเป็นเซ็ตแรกที่ถูกเปลี่ยนออกเมื่อเริ่มครึ่งหลัง
โคล พาลเมอร์ - 5 - หายจากเกมตลอดสิบนาทีแรก เมื่อบอลอยู่ในครอบครองของ ลิเวอร์พูล ตลอด จนต้องพยายามถอยลงมาล้วงบอลแดนตัวเองอยู่หลายหน ซึ่งก็ทำให้ข้างหน้าไม่มีใคร กลายเป็น กัลลาเกอร์ ยืนสูงสุดในหลายครั้ง จนครึ่งหลังเมื่อ เอ็นคุนคู ลงมา จึงได้ถอยลงตำแหน่งถนัด แต่ก็เป็นงานยากเกินไปอีกกับการที่เกมขาดกระจายที่สกอร์ 3-0
สำรอง เชลซี
มิไคโล มูดริค (แทน โนนี่ มาดูเอเก้ น.46) - 4 - พลาดโอกาสทองในการยิงตีไข่แตกไป เมื่อได้ยิงโล่งๆ แล้วในนาที 51 แต่แปข้ามคานออกไปอย่างน่าผิดหวัง จากนั้นเงียบฉี่ ไม่มีบทบาทใดทั้งสิ้น
คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู (แทน คอนเนอร์ กัลลาเกอร์ น.46) - 8 - ยอดเยี่ยมมากกับการพังประตูตีไข่แตก 1-3 น.71 จังหวะเล่นในพื้นที่แคบ หมุนหนี 3 แนวรับ ลิเวอร์พูล ไปส่องเสียบเสาไกล จนน่าเสียดายว่าถ้าลงตัวจริงเลยก็มีสิทธิ์ที่ผลจะต่างไปจากนี้
มาโล กุสโต้ (แทน เบน ชิลเวลล์ น.46) - 7 - ลงไปสร้างคุณภาพเกมริมเส้นได้ชัดเจน แบบที่เกือบจะทำให้ทีมตีตื้นแต่เนิ่นๆ กับจังหวะไหลให้ มิไคโล มูดริค เข้าชาร์จข้ามคาน น.51 และยังมีดันขึ้นซัดเองด้วย เท่ากับเป็นอีกคนที่จริงๆ น่าลงตัวจริงแต่แรก
คาร์นี่ย์ ชุคเวเมก้า (แทน มอยเซส ไคเซโด้ น.66) - 7 - ลงไปเติมพลังแดนกลางช่วงกลางครึ่งหลัง แต่ก็เหมือนจะช้าไปเมื่อโดนลูก 3-0 ไปก่อนลงสนามแค่เสี้ยววินาที จนทำดีที่สุดแค่กระชากขึ้นไปแอสซิสต์ให้ เอ็นคุนคู ยิงตีไข่แตก
เซซาเร่ คาซาเดอี (แทน โคล พาลเมอร์ น.85) N/A กลับจากยืมตัวที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนกำหนด และที่ได้ลงเกมนี้ แค่เพื่อให้ได้สัมผัสบรรยากาศ พรีเมียร์ลีก ก่อนใช้งานเต็มตัวในเกมถัดๆ ไป เท่านั้น
จาก 90min
เบน ชิลเวลล์ - 4 - มีครึ่งแรกที่แย่มาก กระชากเข้าไปร่วงในเขตโทษ น.35 แต่โดนผู้ตัดสินจับว่าไต๋พุ่งล้ม จนโดนเหลืองไปแทน จากนั้นอีกไม่กี่นาทีให้หลังก็วิ่งชนกับ โชต้า จนล้มลงไปในแดนตัวเอง เปิดพื้นที่ให้ คอนเนอร์ แบร๊ดลี่ย์ ลุยเข้ายิง 2-0 โล่งๆ ทำให้ครึ่งหลังถูกถอดทิ้งทันที
ติอาโก้ ซิลวา - 4 - พลาดหนักกับการเสียเหลี่ยมโดน ดีโอโก้ โชต้า กระชากผ่านตรงๆ เข้าไปเปิดสกอร์นำ 1-0 และในทุกประตูก็ล้วนแต่มีส่วนต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น รวมถึงตลอดเกมก็ตามจับ ดาร์วิน นูนเยซ ไม่ได้เลย
เบอนัวต์ บาเดียชิล - 3 - เช่นเดียวกับ ติอาโก้ ซิลวา ที่ปิดเกมทะลุทะลวงของ โชต้า ไม่สำเร็จจนเสียประตูแรก และยิ่งหนักไปอีกกับการเสียท่ายืดขาเหยียบ โชต้า ล้มลงก่อนหมดครึ่งแรกจนเสียจุดโทษ ก่อนที่ครึ่งหลังจะถูกถ่างออกมายืนแบ็กซ้ายแทน ชิลเวลล์ แต่ก็ไม่วายเงื้อง่าราคาแพงจนโดน หลุยส์ ดิอาซ สอดจากข้างหลังมาบวกสกอร์ 4-1
อักเซล ดิซาซี่ - 5 - ออกสตาร์ทที่แบ็กขวาอีกครั้ง เท่ากับต้องเผชิญหน้ากับ หลุยส์ ดิอาซ โดยตรง และแม้จะไม่มีความผิดพลาดส่วนตัว แต่ก็ช่วยไม่ได้กับการเสีย 2 ลูกในครึ่งแรก จากนั้นครึ่งหลังถูกหุบเข้าไปยืนเซนเตอร์แบ็กคู่ ติอาโก้ ซิลวา ก็ช่วยไม่ได้เช่นกันกับการเสียเพิ่มอีก 2 ประตู
มอยเซส ไคเซโด้ - 5 - โดนใบเหลืองเร็วจัดในเพียงนาทีที่ 11 จังหวะพัวพันตัดเกม หลุยส์ ดิอาซ ทำให้ต้องระมัดระวังตัวมากทีเดียวกับตลอดช่วงเวลาที่เหลือ และแม้จะมีจังหวะเติมเกมสวยๆ บ้าง แต่ในที่สุดก็โดนถอดออก เล่นไม่ครบเกม
เอ็นโซ เฟร์นานเดซ - 6 - ต้องเจองานหนักเช่นเดียวกับคู่กลางอย่าง ไคเซโด้ ในการพยายามวิ่งไล่ตัดเกมตรงกลาง ซึ่งก็โดนเหลืองไปเช่นกันในนาที 33 จากนั้นกลายเป็นคนเดียวของ เชลซี ที่ได้โอกาสสับไกยิงในครึ่งแรก จังหวะส่องไกลเข้ามือ อลิสซอน ไม่ลำบาก ส่วนครึ่งหลังช่วยอะไรไม่ได้
ราฮีม สเตอร์ลิ่ง - 5 - ออกสตาร์ทที่ปีกซ้าย แต่ไม่มีประโยชน์กับการยืนลอยสูงเพื่อรอเล่นเกมสวนกลับในช่วงต้น เมื่อ ลิเวอร์พูล เสียบอลยาก จนยังไม่ทันทำอะไรก็หมดครึ่งแรกตามหลัง 2 ลูก ส่วนครึ่งหลังเมื่อเปลี่ยนฝั่งมาขึ้นทางขวา ได้เล่นบอลมากขึ้นก็จริง แต่ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
คอนเนอร์ กัลลาเกอร์ - 5 - สบโอกาสทะลุเข้าไปโดนตัดเกมในจุดอันตรายตั้งแต่ 5 นาทีแรก โชคร้ายที่ไม่เป็นจุดโทษ ภาพรวมถือว่ามีส่วนร่วมกับเกมพอสมควร แต่ทำอะไรไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอัน และเป็นหนึ่งในสามที่ถูกเปลี่ยนออกเมื่อเริ่มต้นครึ่งหลัง
โนนี่ มาดูเอเก้ - 4 - ได้ออกสตาร์ทต่อเนื่องจากนัดก่อน โดยพยายามถอยลงช่วยเกมรับเหมือนกันในครึ่งแรก แต่หน้าที่หลักอย่างเกมรุกถือว่าบอดสนิท ไม่ผ่าน โจ โกเมซ เลย จนเป็นเซ็ตแรกที่ถูกเปลี่ยนออกเมื่อเริ่มครึ่งหลัง
โคล พาลเมอร์ - 5 - หายจากเกมตลอดสิบนาทีแรก เมื่อบอลอยู่ในครอบครองของ ลิเวอร์พูล ตลอด จนต้องพยายามถอยลงมาล้วงบอลแดนตัวเองอยู่หลายหน ซึ่งก็ทำให้ข้างหน้าไม่มีใคร กลายเป็น กัลลาเกอร์ ยืนสูงสุดในหลายครั้ง จนครึ่งหลังเมื่อ เอ็นคุนคู ลงมา จึงได้ถอยลงตำแหน่งถนัด แต่ก็เป็นงานยากเกินไปอีกกับการที่เกมขาดกระจายที่สกอร์ 3-0
สำรอง เชลซี
มิไคโล มูดริค (แทน โนนี่ มาดูเอเก้ น.46) - 4 - พลาดโอกาสทองในการยิงตีไข่แตกไป เมื่อได้ยิงโล่งๆ แล้วในนาที 51 แต่แปข้ามคานออกไปอย่างน่าผิดหวัง จากนั้นเงียบฉี่ ไม่มีบทบาทใดทั้งสิ้น
คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู (แทน คอนเนอร์ กัลลาเกอร์ น.46) - 8 - ยอดเยี่ยมมากกับการพังประตูตีไข่แตก 1-3 น.71 จังหวะเล่นในพื้นที่แคบ หมุนหนี 3 แนวรับ ลิเวอร์พูล ไปส่องเสียบเสาไกล จนน่าเสียดายว่าถ้าลงตัวจริงเลยก็มีสิทธิ์ที่ผลจะต่างไปจากนี้
มาโล กุสโต้ (แทน เบน ชิลเวลล์ น.46) - 7 - ลงไปสร้างคุณภาพเกมริมเส้นได้ชัดเจน แบบที่เกือบจะทำให้ทีมตีตื้นแต่เนิ่นๆ กับจังหวะไหลให้ มิไคโล มูดริค เข้าชาร์จข้ามคาน น.51 และยังมีดันขึ้นซัดเองด้วย เท่ากับเป็นอีกคนที่จริงๆ น่าลงตัวจริงแต่แรก
คาร์นี่ย์ ชุคเวเมก้า (แทน มอยเซส ไคเซโด้ น.66) - 7 - ลงไปเติมพลังแดนกลางช่วงกลางครึ่งหลัง แต่ก็เหมือนจะช้าไปเมื่อโดนลูก 3-0 ไปก่อนลงสนามแค่เสี้ยววินาที จนทำดีที่สุดแค่กระชากขึ้นไปแอสซิสต์ให้ เอ็นคุนคู ยิงตีไข่แตก
เซซาเร่ คาซาเดอี (แทน โคล พาลเมอร์ น.85) N/A กลับจากยืมตัวที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนกำหนด และที่ได้ลงเกมนี้ แค่เพื่อให้ได้สัมผัสบรรยากาศ พรีเมียร์ลีก ก่อนใช้งานเต็มตัวในเกมถัดๆ ไป เท่านั้น
จาก 90min
โพสต์ฮอต
-
พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก: บาเยิร์น มิวนิค vs ปารีส แซงต์ แชร์กแมง -
พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก: อาร์เซน่อล vs แอตเลติโก้ มาดริด -
พรีวิวฟุตบอล โกปา ลิเบอร์ตาดอเรส: สปอร์ติ้งคริสตัล vs พัลไมรัส -
พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่ายูโรปาลีก: แอสตัน วิลล่า vs น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ -
📝 วิเคราะห์บอล เค-ลีก : ซังจู ซังมู ฟีนิกซ์ vs วุลซาน ฮุนได โฮรางอี -
พรีวิวฟุตบอล เตอร์กิช คัพ: เบซิคตัส เจเค vs คอนยาสปอร์



